ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
นักวิจัย : สโรชา หะรังศรี
คำค้น : การสอน , ครู , พฤติกรรมการเรียน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21326
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2553

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ระดับความเชื่อมั่น พฤติกรรมการสอนของครูและพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนในระดับประถมศึกษา (2) เปรียบเทียบระดับความเชื่อมั่น และพฤติกรรมการสอนของครูในระดับประถมศึกษาตามภูมิหลังของครู และ (3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่น และพฤติกรรมครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนประถมศึกษา โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสม การวิจัยแบ่งเป็น สองระยะ ระยะแรกใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และสังเกตพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันในโรงเรียนจากกรณีศึกษาครูคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา ระยะที่สองใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ของในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 388 คน เครื่องมือวิจัยคือ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน การทดสอบทีแบบเป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์โมเดลลิสเรล ผลการวิจัยมีดังนี้ (1)ครูมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความรู้ในสาระคณิตศาสตร์ เทคนิคการสอน การออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอน และความสามารถในการจัดการเรียนการสอนที่สนองธรรมชาติของผู้เรียนอยู่ในระดับมาก และมีพฤติกรรมการสอนด้านการเรียนรู้ สร้างความพร้อม และวางแผน ด้านการส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้คิดและลงมือกระทำ ด้านความพยายามในการใช้สื่อการเรียนการสอน ด้านการประเมินตามสภาพจริง ด้านการจูงและการเสริมแรงทางการเรียนและด้านการบูรณาการความรู้และคุณธรรมอยู่ในระดับมาก ส่วนนักเรียนมีพฤติกรรมการเตรียมความพร้อม ความใส่ใจขณะเรียน ความรับผิดชอบ และการใช้เวลาว่าง ในระดับมาก (2)ครูที่มีประสบการณ์การสอนไม่เกิน 20 ปี และมากกว่า 20 ปีมีความเชื่อมั่นและมีพฤติกรรการสอนที่ไม่แตกต่างกัน ครูที่สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีความเชื่อมั่นในเรื่องความรู้ในสาระคณิตศาสตร์ สูงกว่าครูที่สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 (3)ความเชื่อมั่นของครูส่งผลทางตรงต่อพฤติกรรมการสอนของตนเองและส่งผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน โดยจะส่งผ่านพฤติกรรมการสอนของครู ดังนั้นความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูเป็นเหตุสำคัญของพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน โมเดลเชิงสาเหตุดังกล่าวมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (X2 = 51.382, df = 37, p. = 0.0583, RMSEA = 0.035, GFI = 0.978, AGFI = 0.938, RMR = 0.570) ตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบาย ความแปรปรวนของพฤติกรรมการสอนของครูและพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนได้ร้อยละ 48.1 และร้อยละ 46.6 ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
สโรชา หะรังศรี . (2553). การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สโรชา หะรังศรี . 2553. "การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สโรชา หะรังศรี . "การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
สโรชา หะรังศรี . การใช้การวิจัยแบบผสมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเชื่อมั่นและพฤติกรรมการสอนของครูที่มีต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.