ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ)
นักวิจัย : ปวริศา เพ็ญชาติ
คำค้น : บ้าน -- การออกแบบและการสร้าง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรสันต์ บูรณากาญจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21251
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม. )--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

“บ้าน” เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ทุกคน ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย พลังงานขาดแคลน และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนจากสภาวะโลกร้อนปัจจุบัน บ้านควรออกแบบเพื่อให้ประหยัดพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศชาติที่มั่นคงและยั่งยืน “บ้านพอเพียง” สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficient Economy) ที่ทรงชี้แนะถึงหนทางการรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ บ้านพอเพียงมีต้นทุนต่ำ ก่อสร้างรวดเร็วประมาณ 30 วัน วัสดุที่ใช้มีคุณสมบัติกันความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดี ช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา ใช้เครื่องปรับอากาศขนาดเล็กกว่าบ้านทั่วไปไม่น้อยกว่า 7 เท่า รวมถึงการนำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ การรองน้ำจากน้ำค้าง และการผลิตก๊าซหุงต้มที่ได้จากของเสียในระบบบำบัดการขยายผลและประยุกต์ใช้แนวคิดของบ้านพอเพียงอย่างกว้างขวางสำหรับสังคมไทย โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน การนำเสนอข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้จากผลการวิจัยความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างคุณสมบัติต่างๆของบ้านทั่วไปและบ้านพอเพียง ช่วยแสดงให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนแนวความคิดโครงการบ้านพอเพียง การศึกษาความเป็นไปได้ของบ้านพอเพียงกับผู้บริโภค ทั้งด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Feasibility) และคุณภาพชีวิต (Living standard) รวมทั้งวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการนำความคิดบ้านพอเพียงมาสร้างนโยบายการจัดสรรที่อยู่อาศัยระดับชุมชนถึงระดับชาติ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของบ้านทั่วไปเปรียบเทียบกับบ้านพอเพียง ตลอดจนวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของบ้านพอเพียงกับผู้บริโภค เพื่อเปรียบเทียบสัดส่วนค่าใช้จ่ายไฟฟ้าที่ประหยัดได้ของการใช้เครื่องปรับอากาศ การวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยใช้สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) จากข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อประมาณสมการถดถอยพหุคูณของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) การคำนวณมูลค่า GDP ที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่ารายจ่ายเพื่อการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รายจ่ายภาครัฐบาลที่เพิ่มขึ้น และมูลค่าการนำเข้าพลังงานที่ลดลงจากการนำนโยบายบ้านพอเพียงมาใช้กับที่อยู่อาศัยของประเทศ ผลการวิจัยพบว่า กรณีรัฐบาลส่งเสริมและดำเนินการโครงการนำร่องบ้านพอเพียงจำนวน 60,000 หน่วย มูลค่าก่อสร้าง 1,000,000 บาทต่อหลัง โดยรัฐบาลจัดงบประมาณสนับสนุน 80,000 บาทต่อหลัง สามารถลดมูลค่าการนำเข้าพลังงานของประเทศได้ถึง 407 ล้านบาทต่อปี การนำเข้าน้ำมันดิบที่น้อยลง ส่งผลให้มูลค่า GDP สูงขึ้น 239.32 ล้านบาทต่อปี และสูงขึ้นอีก 43,663.20 ล้านบาท จากมูลค่าการลงทุนก่อสร้างบ้านของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 55,200 ล้านบาท อัตราการว่างงานของประเทศลดลง รัฐบาลสามารถเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลมากขึ้น นอกจากนี้ยังลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 30,096 ตัน ต่อปี

บรรณานุกรม :
ปวริศา เพ็ญชาติ . (2551). การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปวริศา เพ็ญชาติ . 2551. "การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปวริศา เพ็ญชาติ . "การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ปวริศา เพ็ญชาติ . การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ของการสร้างบ้านพอเพียงในประเทศไทย (การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.