ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก
นักวิจัย : ณัฐพล แจ้งอักษร
คำค้น : นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น -- การศึกษาต่อ , นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น -- การตัดสินใจ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20865
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ3) เพื่อศึกษาแนวทางในการส่งเสริมให้นักเรียนเลือกเรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้น กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณที่เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 475 คน ทุกสังกัด และกลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพที่เก็บข้อมูลจากการสนทนากลุ่มคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 14 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 คน และนักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา และเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพคือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าสถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์จำแนก และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความต้องการศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาอยู่ร้อยละ 48 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ฟังก์ชั่นที่ได้ จำแนกนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มนักเรียนที่ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา ซึ่งมีค่ากลางคะแนนจำแนก (group centroids) เป็นบวก เท่ากับ 0.703 และ(2 ) กลุ่มนักเรียนที่ตัดสินใจไม่เลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา ซึ่งมีค่าเฉลี่ยคะแนนจำแนก (group centroids) เป็นลบ เท่ากับ -0.649 และตัวแปรที่สามารถทำนายการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อได้ดีที่สุด 5 อันดับแรกคือ ระดับความถนัดในสายอาชีวศึกษา ระดับการสนับสนุนจากบิดามารดา ระดับการคล้อยตามเพื่อน/รุ่นพี่ ระดับการประชาสัมพันธ์ด้านการศึกษาต่ออาชีวศึกษา และระดับการรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมของสถาบัน ตามลำดับ โดยสามารถจำแนกกลุ่มนักเรียนได้ถูกต้องร้อยละ 76.2 3) แนวทางการส่งเสริมให้นักเรียนเลือกเรียนต่อสายอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นประกอบด้วย 4 แนวทางคือ (1) ปรับปรุงภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา (2)ส่งเสริมให้นักเรียนค้นหาความถนัดของตนเองก่อนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น(3)เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเรื่องการศึกษาอาชีวศึกษากับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างทั่วถึง และ(4) รับประกันการมีงานทำและรายได้เมื่อสำเร็จการศึกษา

บรรณานุกรม :
ณัฐพล แจ้งอักษร . (2553). ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพล แจ้งอักษร . 2553. "ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพล แจ้งอักษร . "ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ณัฐพล แจ้งอักษร . ความต้องการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีวศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3: การวิเคราะห์จำแนก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.