ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน
นักวิจัย : ปรีชา วิหคโต
คำค้น : ครู -- การฝึกอบรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชัยพร วิชชาวุธ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2524
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20968
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524

การวิจัยครั้งนี้มุ่งเปรียบเทียบผลของวิธีฝึกครูประจำการที่ต่างกันสามวิธีต่อไปนี้ 1. วิธีอ่านจากคู่มือการฝึก 2. วิธีอ่านจากคู่มือการฝึกและการฟังการบรรยาย 3. วิธีอ่านจากคู่มือการฝึก ฟังคำบรรยายแล้วฝึกปรับพฤติกรรมนักเรียนในชั้นเรียน ว่าจะช่วยให้ครูประจำการมีความรู้เรื่องหลักพฤติกรรม เจตคติที่ดีต่อการปรับพฤติกรรม แสดงพฤติกรรมการใช้หลักพฤติกรรมเพิ่มมากขึ้นหรือไม่และต่างกันอย่างไร และจะช่วยให้ครูประจำการสามารถสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยขอบนักเรียนในชั้นเรียนได้ดีขึ้นหรือไม่และต่างกันอย่างไร กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครูประจำการระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานครสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ จำนวน 40 คน และนักเรียนในชั้นเรียนของครูประจำการในกลุ่มตัวอย่างทำการสอนจำนวน 1367 คน แบบแผนการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบควบคุม แบบสุ่มและมีการทดสอบก่อนและหลัง ได้แบ่งครูประจำการเป็น 4 กลุ่มๆละ 10 คนด้วยวิธีสุ่มหลายระดับ โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ฝึกด้วยวิธีต่างกัน 3 กลุ่มและกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึก 1 กลุ่ม การรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบและการสังเกตพฤติกรรมทั้งในระยะเส้นฐาน ระยะสร้างและรักษาพฤติกรรม และระยะติดตามผล แล้ววิเคราะห์ ข้อมูลด้วยวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และทดสอบความแตกต่างแต่ละคู่ด้วยวิธีของ นิวแมน-คูลส์ ผลการฝึกมีดังต่อไปนี้ 1. ครูประจำการกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึก มีความรู้เรื่องหลักพฤติกรรม เจตคติที่ดีต่อการปรับพฤติกรรม และแสดงพฤติกรรมการใช้หลักพฤติกรรมน้อยกว่าครูประจำการทุกกลุ่มที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2. ครูประจำการทุกกลุ่มที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกัน มีความรู้เรื่องหลักพฤติกรรม เจตคติที่ดีต่อการปรับพฤติกรรมไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่แสดงพฤติกรรมการใช้หลักพฤติกรรมต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ประจำการทุกกลุ่มที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกัน มีความรู้เรื่องหลักพฤติกรรม เจตคติที่ดีต่อการปรับพฤติกรรม และแสดงพฤติกรรมการใช้หลักพฤติกรรมในระยะสร้างและรักษาพฤติกรรมมากกว่าในระยะเส้นฐาน และยังคงอยู่จนถึงระยะติดตามผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. พฤติกรรมที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียนครูประจำการที่ไม่ได้รับการฝึกเกิดขึ้นมากกว่าชั้นเรียนของครูประจำการทุกกลุ่มที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5. พฤติกรรมที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียนครูประจำการที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกันไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. พฤติกรรมที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียนครูประจำการที่ได้รับการฝึกด้วยวิธีต่างกันในระยะสร้างและรักษาพฤติกรรมน้อยกว่าในระยะเส้นฐาน และยังคงอยู่จนถึงระยะติดตามผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

บรรณานุกรม :
ปรีชา วิหคโต . (2524). การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรีชา วิหคโต . 2524. "การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรีชา วิหคโต . "การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524. Print.
ปรีชา วิหคโต . การฝึกครูประจำการในการประยุกต์หลักพฤติกรรมเพื่อสร้างและรักษาพฤติกรรมที่อยู่ในระเบียบวินัยของนักเรียนในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2524.