| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร : พหุกรณีศึกษา |
| นักวิจัย | : | นภเกตน์ นิลธวัช |
| คำค้น | : | ความก้าวร้าว , นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น , โรงเรียนสองภาษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20931 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิด จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ กระบวนการในการแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียน ตลอดจนปัญหาของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสองภาษา 2) ศึกษาลักษณะและสาเหตุของพฤติกรรมก้าวร้าว 3) พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว และ 4) ศึกษาผลการใช้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย การสังเกต การสัมภาษณ์ การศึกษาเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา มีแนวคิดที่มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรมและมีวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามความมุ่งหวังของสังคม จุดมุ่งหมายของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมุ่งส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างบุคลากรของโรงเรียนและผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาเต็มศักยภาพ องค์ประกอบของระบบมี 5 ส่วน คือ 1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 2) การคัดกรอง 3) การส่งเสริมและพัฒนา 4) การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข 5) การส่งต่อ กระบวนการดำเนินงานให้ความสำคัญกับการวางแผนและการดำเนินงานตามแผน ปัจจัยสนับสนุนในการดำเนินงานได้แก่ 1) ความร่วมมือและความเสียสละของครู-อาจารย์ 2) ความร่วมมือจากผู้ปกครอง 3) การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 4) การเสริมกำลังใจ ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคคือ 1) ปัญหาจากการบริหารจัดการระบบภายในองค์กร 2) ภาระที่เพิ่มขึ้นของครู-อาจารย์ 3) การขาดความร่วมมือจากนักเรียน 4) การขาดความตระหนักของผู้ปกครอง และ 5)การใช้กฎระเบียบของสถานศึกษา 2. พฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนแสดงออกทั้งทางกายและวาจา สำหรับพฤติกรรมก้าวร้าวทางกายนั้นนักเรียนแสดงออกทางสีหน้า และการกระทำที่รุนแรงกับสิ่งของและเพื่อนๆ ส่วนพฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจา ได้แก่ การใช้คำพูดไม่สุภาพ หยาบคาย ข่มขู่ผู้อื่นและส่งเสียงดังรบกวนในห้องเรียน สาเหตุของการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวมาจาก การขาดความมั่นใจและต้องการการยอมรับจากเพื่อนๆ จึงทำตามและเลียนแบบพฤติกรรมของเพื่อน 3. ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่พัฒนาขึ้น ให้ความสำคัญกับการส่งต่ออย่างลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน โดยการดำเนินการมี 3 ระยะคือ ระยะทำความคุ้นเคยและสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ ระยะพัฒนา และระยะการติดตามผล 4. ผลการใช้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่านักเรียนให้ความไว้วางใจครู ยอมเปิดเผยข้อมูลและยอมรับว่าตนเองมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา และพร้อมที่จะปรับปรุงตนเอง นักเรียนมีพัฒนาการด้านความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น ลดพฤติกรรมก้าวร้าวและได้การยอมรับจากเพื่อน |
| บรรณานุกรม | : |
นภเกตน์ นิลธวัช . (2551). การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร : พหุกรณีศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภเกตน์ นิลธวัช . 2551. "การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร : พหุกรณีศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภเกตน์ นิลธวัช . "การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร : พหุกรณีศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. นภเกตน์ นิลธวัช . การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาความก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร : พหุกรณีศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
