| ชื่อเรื่อง | : | การช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต |
| นักวิจัย | : | ปรานี ฉัตรไพบูลย์วัฒน์ |
| คำค้น | : | ธนาคารพาณิชย์ , เลตเตอร์ออฟเครดิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไชยวัฒน์ ไชยันต์, ม.ร.ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2517 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20949 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (บช.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2517 บทคัดย่อ ในด้านการค้าระหว่างประเทศผู้ซื้อผู้ขายสามารถจำทำได้หลายวิธี บางอย่างก็เป็นประโยชน์แก่ผู้ซื้อ บางอย่างก็เป็นประโยชน์แก่ผู้ขาย จึงมีการคิดค้นวิธีที่จะเป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือ ผู้ซื้อก็แน่ใจว่าจะได้รับสินค้าภายในกำหนดเวลา และผู้ขายก็เชื่อมั่นว่าจะได้รับเงินค่าสิ้นค้านั้น วิธีการดังกล่าวคือการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตโดยอาศัยธนาคารเป็นสื่อกลางการชะระเงินและผู้ซื้อก็สามารถอาศัยเลตเตอร์ออฟเครดิตนั้นของความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคาร และเพื่อให้การศึกษาค้นคว้าก่อให้เกิดประโยชน์ จึงมุ่งศึกษาอย่างละเอียดเฉพาะการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการสั่งสินค้าเข้า ซึ่งผู้เขียนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานประจำอยู่แล้วเป็นเวลากว่า 2 ปี เลตเตอร์ออฟเครดิตแยกได้เป็น 2 ประเภทคือ ชนิดเพิกถอนไม่ได้ และชนิดเพิกถอนได้ และยังมีเลตเตอร์ออฟเครดิตชนิดอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ ชนิดหมุนเวียน ชนิดโอนได้ เครดิตหนุนเครดิต ฯลฯ ทั้งนี้ได้ยึดถือตามประเพณีและวิธีและปฏิบัติสำหรับเครดิตที่มีเอกสาร (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 1962) สภาหอการค้านานาชาติ หนังสือเล่มที่ 222 ซึ่งถือว่าเป็นหลักสากล ธนาคารจะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังก่อนอนุมัติให้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต ซึ่งแต่ละประเภทผู้เปิดเครดิตจะต้องเสียค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน ในทางปฏิบัติพบว่า บ่อยครั้งที่ธนาคารผู้เปิดเครดิตและธนาคารในต่างประเทศมีการคิดค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้อง การศึกษาให้เข้าใจงานและการรวบรวมเงื่อนไขการคิดค่าธรรมเนียมของธนาคารติดต่อต่างๆ ไว้ และมีการปรับปรุงทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง จะช่วยลดข้อผิดพลาดดังกล่าวได้มากในเรื่องการขอความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ผู้สั่งสินค้าเข้าจะต้องทำความตกลงกับธนาคารก่อน ถ้าธนาคารอนุมัติธนาคารจะกำหนดวงเงินและเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สั่งสินค้าเข้าแตกต่างกันไป แต่คิดอัตราดอกเบี้ยเข้ากันตามอัตราที่กำหนดโดยสมาคมธนาคารไทย เฉพาะที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐและเงินปอนด์สเตอริง ส่วนเงินตราต่างประเทศอื่นๆ ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งจะกำหนดกันเองตามความเหมาะสม โดยปกติอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะถูกกว่าอัตราเงินกู้เบิกเกินบัญชี อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เงื่อนไขบางอย่างก่อให้เกิดข้อเสียเปรียบแก่ธนาคาร คือเงื่อนไขที่กำหนด วันครบกำหนดนับจากวันทำทรัสต์รีซีท ซึ่งธนาคารควรควรจะทำการปรับปรุงเงื่อนไขดังกล่าว ธนาคารบางแห่งที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตจะขอกู้เงินจำนวนนั้นต่อจากธนาคารในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะทำในรูปของการขอให้จ่ายเงินทดรองล่วงหน้า หรือในรูปของการรับรองตั๋วก็ได้ แต่กรณีหลังเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะธนาคารในต่างประเทศเองก็สามารถจะนำตั๋วดังกล่าวไปขายลดในตลาดเงินได้อีกทอดหนึ่ง โดยทั่วไปธนาคารจะได้กำไรจากส่วนแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย นอกเหนือจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามปกติ และถ้าพิจารณาในแง่ปฏิบัติประกอบด้วยแล้ว จำนวนส่วนที่ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าโดยธนาคารทำ Refinancing จะไม่รวมเป็นสินทรัพย์เสี่ยงอันทำให้สามารถขยายเครดิตได้เต็มที่จากการผลทราบว่า เลตเตอร์ออฟเครดิตส่วนหนึ่งของธนาคารทำ Refinancing แล้วขาดทุน ทั้งๆ ที่ธนาคารได้กำไรจากส่วนแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย สรุปสาเหตุได้คือ 1. เลตเตอร์ออฟเครดิตเปิดวงเงินแต่ละครั้งไม่คุ้มกับต้นทุนการเงินที่เสียไป 2. เลตเตอร์ออฟเครดิตชนิดที่มีการส่งสินค้าเป็นส่วนๆ การส่งแต่ละครั้งเป็นมูลค่าไม่คุ้มต้นทุนทางการเงิน 3. ระยะเวลาการทำ Refinancing สั้นเกินไปบางกรณีจำนวนวันที่ใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวนแตกต่างกัน สาเหตุดังกล่าวธนาคารจะต้องเสียค่าธรรมเนียมบางอย่างในอัตราขั้นต่ำสุดและมีต้นทุนบางอย่างซึ่งควรจะนำมาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งถ้าคำนวณแล้วอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะสูงขึ้นกว่าเดิมและสูงกว่าที่เรียกเก็บจากลูกค้า นอกจากนี้ยังปรากฏว่าในระยะเวลาที่อัตราดอกเบี้ยเคลื่อนไหวรุนแรง เงินตราบางสกุลสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์จะเรียกเก็บได้ สำหรับเงินเหรียญสหรัฐและเงินปอนด์สเตอริงที่คิดจากลูกค้า ซึ่งถูกกำหนดโยสมาคมธนาคารไทย ก็ยังต่ำกว่าที่ธนาคารเสียไป ในการทำ Refinancing ในกรณีดังกล่าวธนาคารจะต้องขาดทุน บางครั้ง ธนาคารจำเป็นต้องชำระเงินก่อนวันครบกำหนด การกระทำดังกล่าวบางรายก็เป็นผลดี บางรายก็เป็นผลเสีย เฉพาะที่มองเห็นได้ชัดก็คือจำนวนค่าธรรมเนียมการรับรองจะไม่ได้รับคืนทั้งจำนวน การเสนอวิธีการคำนวณจุดเสมอตัวของต้นทุนทางการเงินเพื่อหาจำนวนเงินขั้นต่ำในการทำ Refinancing จากธนาคารติดต่อทั้งหลายในต่างประเทศ จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีปัจจัยต่างๆ ที่จะต้องนำมาพิจารณาคือ A (Amount of Draft) –จำนวนเงินตามตั๋วแรกเงินซึ่งเท่ากับจำนวนเงิน ณ จุดเสมอตัว I (Interest) –อัตราดอกเบี้ยที่คิดจากลูกค้า T (time, Financing or Refinancing Period) –ระยะเวลาให้ขอความช่วยเหลือทางการเงิน F (Fixed Cost) –ต้นทุนคงที่ ได้แก่ค่าธรรมเนียม Reimbursement หรือค่าธรรมเนียมการรับรองขั้นต่ำสุดในกรณีที่ทำ Refinancing จากประเทศที่เครดิตเปิดไปโดยตรง SF (Semifixed Cost) –ต้นทุนกึ่งคงที่ คือค่าธรรมเนียมการรับรองในกรณีที่เป็น Reimbursement Credit D (Discount) –อัตราส่วนลดที่ธนาคารผู้ให้กู้ยืมในต่างประเทศคิดมาซึ่งทำเป็นสูตรได้คือ สูตรที่ 1 ในกรณีที่เป็นการทำ Refinancing จากประเทศที่เครดิตเปิดไปโดยตรง เขียนเป็นสมการได้คือ A X I X T = F + ( A X D X T ) สูตรที่ 2 ในกรณีที่เป็นการทำ Refinancing จากคนละประเทศที่เครดิตเปิดไปต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นคือ Reimbursement Commission ซึ่งถือเป็นต้นทุนคงที่ส่วนค่าธรรมเนียมการรับรองถือเป็นต้นทุนกึ่งคงที่ อีกประการหนึ่ง ฐานที่ใช้คำนวณแตกต่างกันคิดจากลูกค้าใช้ 365 วันต่อ 1 ปี ในขณะที่ธนาคารในต่างประเทศจะคิดโดยใช้ฐาน 360 วันต่อ 1 ปี ซึ่งเขียนเป็นสมการได้คือA X I X T_1 = F + SF + (A X D X T_2) A X I X T_1 = F + (A X Acc.Rate X T_2) สูตรที่ 3 คล้ายกับสูตรที่ 2 แต่นำเอาวิธีการในทางปฏิบัติมาใช้มากยิ่งขึ้น กล่าวคือคำนึงถึงระยะเวลาที่ธนาคารผู้เปิดเครดิตได้เปรียบในการขอ Refinancing เป็นการเปรียบเทียบจุดเสมอตัวโดยที่ T_1 จะมากกว่า T_2จากสูตรดังกล่าวสามารถนำมาทำเป็นตารางสำเร็จรูปได้ (โดยใช้สื่อตารางว่า CAP) คำนวณโดยใช้ค่าอัตราต่างๆ และระยะเวลาตั้งแต่ 30-360 วัน ซึ่งคาดว่าจะใช้ได้ในปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตด้วย ตารางดังกล่าวได้จากการคำนวณถ้าอัตราที่เกิดขึ้นจริงสามารถทราบได้แน่นอน ก็จะได้รับประโยชน์จากตารางเต็มที่ ในทางปฏิบัติธนาคารจะแจ้งกระทำ Refinancing ในขณะที่เปิด เลตเตอร์ออฟเครดิตซึ่ง ณ ขณะนั้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะต่างจากเวลาที่การทำ Refinancing มีผล ระยะเวลาที่ต่างอาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนซึ่งถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญของประโยชน์ที่ได้รับจากตาราง ส่วนสาเหตุอื่นที่ตารางจุดเสมอตัว CAP ไม่สามารถจะแก้ปัญหาบางประการได้แก่ 1. เมื่ออัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่คิดจากลูกค้า 2. การที่ลูกค้าชำระเงินในเวลาที่แตกต่างกันจากวันครบกำหนดที่ตกลงไว้กับธนาคารกรณีแรกถือเป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติ ธนาคารควรจะใช้เงินบาทในการช่วยเหลือลูกค้าแทน ทางด้านลูกค้าผู้สั่งสินค้าเข้าส่วนใหญ่จะไม่ขอความช่วยเหลือในระยะที่อัตราดอกเบี้ยสูงมากเช่นกัน กรณีที่ 2 ธนาคารควรจะต้องศึกษาดูถึงวิสัยในการชำระเงินของลูกค้าประกอบการพิจารณาในการทำ Refinancing นอกเหนือจากการพิจารณาตามเงื่อนไขข้อตกลงในอนาคต จำนวน เลตเตอร์ออฟเครดิตที่เปิดจะต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนจำนวนเงินที่ธนาคารให้ความช่วยเหลือจะต้องเพิ่มตามไปด้วย และระยะเวลาก็อาจจะนานกว่า 180 วัน ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน การทำตารางสำเร็จรูปไว้แล้วปรับปรุงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จะเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ |
| บรรณานุกรม | : |
ปรานี ฉัตรไพบูลย์วัฒน์ . (2517). การช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรานี ฉัตรไพบูลย์วัฒน์ . 2517. "การช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรานี ฉัตรไพบูลย์วัฒน์ . "การช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2517. Print. ปรานี ฉัตรไพบูลย์วัฒน์ . การช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2517.
|
