| ชื่อเรื่อง | : | ผลของน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารประเภทต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์จากยีสต์ |
| นักวิจัย | : | วิจิตรา สานพภา |
| คำค้น | : | คาโรทีนอยด์ , ยีสต์ -- การเพาะเลี้ยงและอาหารเพาะเชื้อ , น้ำทิ้ง , อุตสาหกรรมอาหาร |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชื่นจิต ประกิตชัยวัฒนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20633 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 ศึกษาอิทธิพลของการใช้น้ำทิ้งมะม่วงดองเค็ม น้ำทิ้งมะม่วงดองหวาน น้ำทิ้งน้ำนม และน้ำกะทิเจือจางในการเพาะเลี้ยง Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์ที่ยีสต์ผลิตขึ้น เมื่อนำน้ำทิ้งมาปรับสูตรเพื่อใช้ในการเลี้ยงยีสต์พบว่า สูตรที่เหมาะสมของน้ำทิ้งแต่ละประเภทคือ น้ำทิ้งมะม่วงดองเค็มสูตรครบส่วน และน้ำกะทิสูตรเจือจางด้วยน้ำในอัตราส่วน 1:19 โดยมีการปรับปริมาณแหล่งคาร์บอนและไนโตรเจนของน้ำทิ้งมะม่วงดองเค็มและน้ำกะทิเป็น 1% และ 0.2% ตามลำดับ ส่วนน้ำทิ้งมะม่วงดองหวานคือ สูตรเจือจางน้ำทิ้งด้วยน้ำอัตราส่วน 1:1 ปรับแหล่งไนโตรเจนให้เป็น 0.2% และน้ำทิ้งน้ำนมสูตรครบส่วนที่ไม่ปรับสารอาหาร เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญและการสร้างคาโรทีนอยด์ของยีสต์พบว่า ยีสต์ที่เลี้ยงด้วยน้ำทิ้งมะม่วงดองเค็มมีอัตราการเจริญสูงสุด มีการเจริญในระยะ stationary phase นานที่สุด (5 วัน) และให้ผลผลิตน้ำหนักเซลล์ยีสต์แห้งสูงสุดคือ 11.2 กรัมต่อลิตร ส่วนยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งมะม่วงดองหวาน น้ำกะทิเจือจาง และน้ำทิ้งน้ำนมมีอัตราการเจริญต่ำกว่าตามลำดับ แต่มีการเจริญในระยะ stationary phase เท่ากัน (4 วัน) และให้ผลผลิตน้ำหนักเซลล์ยีสต์แห้งเท่ากับ 10.2 6.0 และ 5.6 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ ยีสต์ที่เลี้ยงด้วยน้ำทิ้งมะม่วงดองหวานสามารถสร้างคาโรทีนอยด์รวม ซึ่งคำนวณในค่าของเบตาแคโรทีนสะสมไว้ในเซลล์ได้สูงสุด 77 ไมโครกรัมต่อกรัมเซลล์แห้ง ส่วนยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งมะม่วงดองเค็ม น้ำนม และน้ำกะทิเจือจางจะผลิตคาโรทีนอยด์รวมสูงสุดเท่ากับ 76 72 และ 66 ไมโครกรัมต่อกรัมเซลล์แห้ง ตามลำดับ รูปแบบของคาโรทีนอยด์จากยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งทุกชนิด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะ stationary phase องค์ประกอบทางเคมีและขนาดเซลล์ยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งมะม่วงดองเค็ม และดองหวานจะใกล้เคียงกับการเลี้ยงใน YM broth และเซลล์ยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งเหล่านี้จะมีรูปร่างทรงกลม ส่วนยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำกะทิเจือจาง จะมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างจากการเลี้ยงในน้ำทิ้งชนิดอื่น อย่างมีนัยสำคัญ เซลล์ที่ได้เป็นทรงกลมขนาดเล็ก ส่วนเซลล์ยีสต์ที่ได้จากน้ำทิ้งน้ำนมมีองค์ประกอบของโปรตีนในปริมาณสูงสุด และเซลล์มีรูปร่างเป็นวงรี ทั้งนี้รูปแบบของคาโรทีนอยด์จากยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งมะม่วงดองเค็ม ดองหวาน และน้ำกะทิเจือจางจะมีความคล้ายกัน กล่าวคือประกอบด้วยโทรูลีนในปริมาณสูงสุด และมีโทรูลาโรดินและเบตาแคโรทีนเป็นองค์ประกอบรองตามลำดับ ในขณะที่คาโรทีนอยด์จากยีสต์ที่เลี้ยงในน้ำทิ้งน้ำนม จะมีรูปแบบที่แตกต่างจากน้ำทิ้งชนิดอื่น โดยพบว่ามีปริมาณโทรูลาโรดินสูงสุด รองลงมาคือโทรูลีนและเบตาแคโรทีน ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
วิจิตรา สานพภา . (2551). ผลของน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารประเภทต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์จากยีสต์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิจิตรา สานพภา . 2551. "ผลของน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารประเภทต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์จากยีสต์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิจิตรา สานพภา . "ผลของน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารประเภทต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์จากยีสต์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. วิจิตรา สานพภา . ผลของน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารประเภทต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงยีสต์ Rhodotorula mucilaginosa ต่อสมบัติเชิงคุณภาพและปริมาณของคาโรทีนอยด์จากยีสต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
