ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ปารวี เกื้อกูลรัฐ
คำค้น : ความเครียด (จิตวิทยา)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นรลักขณ์ เอื้อกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20090
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์นี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร ได้แก่ สถานภาพสมรส ประสบการณ์ในการทำงาน การรับรู้ภาวะสุขภาพ สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และการสนับสนุนทางสังคม กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ตำรวจจราจร อายุ 24-60 ปี จำนวน 345 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ แบบสอบถามสิ่งแวดล้อมในการทำงาน แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคมจากผู้บังคับบัญชา เพื่อน-ผู้ร่วมงาน และครอบครัว แบบสอบถามการเผชิญความเครียด (การจัดการกับปัญหาและการจัดการกับอารมณ์) ผ่านการตรวจความตรงตามเนื้อหา และหาความเที่ยงได้เท่ากับ 0.80, 0.85, 0.96, 0.97, 0.97, 0.89 และ 0.91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยใช้สถิติพอยท์ไบซีเรียล และค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 41-50 ปี (ร้อยละ 51.9) มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 44.56 ปี (SD = 6.52) ส่วนใหญ่มีสถานภาพคู่ (ร้อยละ 82) ประสบการณ์การทำงานส่วนใหญ่ 11-20 ปี (ร้อยละ 43.2) ประสบการณ์ทำงานเฉลี่ยเท่ากับ 13.74 ปี (SD = 7.38) 2. สถานภาพสมรส และประสบการณ์การทำงาน ไม่มีความสัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาและด้านการจัดการกับอารมณ์ 3. การรับรู้ภาวะสุขภาพมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาและด้านการจัดการกับอารมณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .26 และ .23 ตามลำดับ) 4. สิ่งแวดล้อมในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาและด้านการจัดการกับอารมณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .21 และ .24 ตามลำดับ) 5. การสนับสนุนทางสังคมจากผู้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาและด้านการจัดการกับอารมณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .19 และ .30 ตามลำดับ) การสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อน-ผู้ร่วมงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาและด้านการจัดการกับอารมณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .28 และ .23 ตามลำดับ) และการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเผชิญความเครียดด้านการจัดการกับปัญหาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r =.16) แต่ไม่พบความสัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดการจัดการกับอารมณ์ (r = .02, p = .67)

บรรณานุกรม :
ปารวี เกื้อกูลรัฐ . (2553). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปารวี เกื้อกูลรัฐ . 2553. "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปารวี เกื้อกูลรัฐ . "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ปารวี เกื้อกูลรัฐ . ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการเผชิญความเครียดของตำรวจจราจร กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.