| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาวรรณยุกต์ภาษายองเชิงกลสัทศาสตร์: การเปรียบเทียบในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่องและระหว่างสองรุ่นอายุ |
| นักวิจัย | : | ดิศราพร สร้อยญาณะ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กัลยา ติงศภัทิย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20192 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสัทลักษณะของวรรณยุกต์ภาษายองในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่อง เปรียบเทียบสัทลักษณะของวรรณยุกต์ในผู้บอกภาษาสองรุ่นอายุและพิสูจน์ข้อเสนอเรื่องวรรณยุกต์สนธิในภาษายองของเรืองเดช ปันเขื่อนขัติย์ (2521) โดยสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาเพศหญิงที่อาศัยอยู่ในตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนจำนวน 6 คนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่น อายุ 13-18 ปีและกลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป ข้อมูลคำพูดเดี่ยวได้จากรายการคำที่สร้างขึ้นจากชุดคำสำหรับทดสอบเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทถิ่นของวิลเลี่ยม เจ เก็ดนี่ย์ (1972) และคำอีกจำนวนหนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้น ข้อมูลคำพูดต่อเนื่องได้จากการสนทนาระหว่างผู้วิจัยกับผู้บอกภาษาในเรื่องทั่วไป บริบทที่นำมาวิเคราะห์ คือ กลางประโยคและท้ายประโยคโดยคัดเลือกเฉพาะประโยคบอกเล่าประเภทไม่เน้นย้ำ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ระบบวรรณยุกต์ภาษายองลำพูนประกอบด้วยวรรณยุกต์ 6 หน่วยเสียง วรรณยุกต์ในคำพูดเดี่ยวมีพิสัยกว้างกว่าในคำพูดต่อเนื่อง และในคำพูดต่อเนื่องกลางประโยคมีพิสัยแคบกว่าในคำพูดต่อเนื่องท้ายประโยค สัทลักษณะของวรรณยุกต์คงระดับ ได้แก่ วรรณยุกต์ที่ 2 กลางระดับ วรรณยุกต์ที่ 3 ต่ำระดับ และวรรณยุกต์ที่ 4 กลางค่อนข้างต่ำระดับมีสัทลักษณะเหมือนกันในคำพูดเดี่ยวและในคำพูดต่อเนื่อง ขณะที่สัทลักษณะของวรรณยุกต์เปลี่ยนระดับ ได้แก่ วรรณยุกต์ที่ 1 กลาง-ขึ้น วรรณยุกต์ที่ 5 กลาง-ตก และวรรณยุกต์ที่ 6 สูง-ตกมีการขึ้นตกในคำพูดต่อเนื่องน้อยกว่าในคำพูดเดี่ยวโดยเฉพาะในบริบทกลางประโยค จากการเปรียบเทียบสัทลักษณะของวรรณยุกต์ในผู้บอกภาษากลุ่มวัยรุ่นกับกลุ่มผู้สูงอายุพบว่าทุกหน่วยเสียงมีจำนวนหน่วยเสียงย่อยใกล้เคียงกัน เมื่อเปรียบเทียบภาษายองลำพูนกับภาษายองเมืองยองพบว่า วรรณยุกต์ที่ 3 ในภาษายองลำพูนเป็นเสียงต่ำระดับแต่ในภาษายองเมืองยองเป็นเสียงต่ำ-ขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าวรรณยุกต์ที่ 2 และที่ 4 ในกลุ่มวัยรุ่นมีสัทลักษณะในภาษาคำเมืองลำพูนปรากฏอยู่ ซึ่งอาจชี้ให้เห็นว่าภาษายองลำพูนเริ่มได้รับอิทธิพลจากภาษาคำเมืองลำพูน สำหรับวรรณยุกต์สนธิของคำ 2 พยางค์ปรากฏวรรณยุกต์สนธิเมื่อคำหลังเป็นวรรณยุกต์ที่ 2 และคำแรกเป็นวรรณยุกต์ที่ 3 เท่านั้น จากการแปรของเสียงวรรณยุกต์ที่พบในงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าภาษายองในจังหวัดลำพูนแตกต่างจากภาษายองเมืองยองและมีแนวโน้มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในภาษายองลำพูนจากอิทธิพลของภาษาคำเมืองลำพูน |
| บรรณานุกรม | : |
ดิศราพร สร้อยญาณะ . (2552). การศึกษาวรรณยุกต์ภาษายองเชิงกลสัทศาสตร์: การเปรียบเทียบในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่องและระหว่างสองรุ่นอายุ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดิศราพร สร้อยญาณะ . 2552. "การศึกษาวรรณยุกต์ภาษายองเชิงกลสัทศาสตร์: การเปรียบเทียบในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่องและระหว่างสองรุ่นอายุ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดิศราพร สร้อยญาณะ . "การศึกษาวรรณยุกต์ภาษายองเชิงกลสัทศาสตร์: การเปรียบเทียบในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่องและระหว่างสองรุ่นอายุ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. ดิศราพร สร้อยญาณะ . การศึกษาวรรณยุกต์ภาษายองเชิงกลสัทศาสตร์: การเปรียบเทียบในบริบทคำพูดเดี่ยวกับคำพูดต่อเนื่องและระหว่างสองรุ่นอายุ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
