ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย
นักวิจัย : มัลลิกา ชมนาวัง  
คำค้น : น้ำมันหอมละเหย , น้ำยาล้างผักผลไม้
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5620015 , http://research.trf.or.th/node/8682
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผักและผลไม้สดเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆที่ร่างกายต้องการ อย่างไรก็ตามมักพบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สารเคมีที่ตกค้างจากปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลง ไข่พยาธิหรือแมลงบางชนิด ซึ่งการรับประทานผักและผลไม้สดที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดอาจ ทำให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งตกค้างเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย และหากรับประทานอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดการสะสม และเป็นพิษต่อผู้บริโภค ดังนั้นการล้างผักให้สะอาดจะช่วยลดปริมาณสารเคมีที่ตกค้างในผักและผลไม้สด เนื่องจากทำให้สารเคมีที่ตกค้างซึ่งเกาะติดอยู่บริเวณก้านผิวใบและผิวของผลไม้หลุดออกมา ดังนั้น โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาตำรับน้ำยาล้างผักผลไม้โดยสารออกฤทธิ์ที่จะนำมาพัฒนาในตำรับนั้น จะ เลือกใช้น้ำมันหอมระเหยในพืชอาหารที่นิยมบริโภคกันอยู่แล้ว ซึ่งจากการทดลองได้ผลิตภัณฑ์ล้างผักและผลไม้ หลายตำรับ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำมันตะไคร้ 3% และ 4% น้ำมันโหระพา 2% โดยใช้ PEG 4000 เป็น thickening agent และตำรับที่ผสมน้ำมันโหระพา 2% โดยใช้ xanthan gum เป็น thickening agent นอกจากนี้ยังนำสูตรผสมตำรับน้ำมันผสมตะไคร้กับโหระพาที่อัตราส่วน 1:1 และสูตรผสมตำรับน้ำมันผสม ตะไคร้กับโหระพาที่อัตราส่วน 2:0.5 ซึ่งเมื่อนำตำรับทั้งหมดมาวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพ เคมีและชีวภาพ ที่อุณหภูมิต่างๆ เป็นเวลา 4 เดือน พบว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อสีของตำรับที่มีส่วนผสมน้ำมันตะไคร้ โดย พบว่าการเก็บที่สภาวะ 5±3ºC ทำให้สีของตำรับเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลง ลักษณะทางกายภาพดังกล่าวไม่พบในตำรับที่มีน้ำมันโหระพาเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งไม่พบการเปลี่ยนแปลง อื่นๆ เช่น ความใส การแยกชั้น และเมื่อนำตำรับต่างๆ ไปเจือจางด้วยน้ำ เพื่อให้มีความใกล้เคียงกับสภาวะการ ใช้งานจริงที่อัตราส่วน 1: 100 พบว่า ตำรับทั้งหมดมีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน และเป็นเนื้อเดียวกัน ตำรับ ทั้งหมดที่นำมาทดสอบมีความคงตัวของสารสำคัญอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และไม่มีตำรับใดที่มีสารสำคัญลดลงต่ำกว่า 80% Label amount เมื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียในภาพรวม พบว่า ระยะเวลาใน การเก็บรักษาตลอด 4 เดือน ไม่มีผลต่อความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรีย เช่นเดียวกับอุณหภูมิในการเก็บ รักษา คือ 5±3°C, 30±5°C และ 45±2°C ไม่พบว่ามีผลที่เด่นชัดต่อฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ นอกจากนี้ พบว่า ตำรับน้ำยาล้างผักและผลไม้ที่ผสมน้ำมันหอมระเหยเดี่ยวมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าตำรับที่เป็นสูตรผสม โดยตำรับที่ผสมน้ำมันตะไคร้ 3% เป็นตำรับที่มีความน่าใช้มากที่สุดและมีต้นทุนประมาณ 25.8 บาท ต่อ 100 กรัม จึงเป็นตำรับที่น่าจะนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป Fresh vegetables and fruits are healthy foods for human body due to high fibers, vitamins and minerals. However, contaminations by microorganisms, chemicals, fertilizer, pesticides, and helminth eggs are usually detected. Consumption of contaminated products leads to long term accumulation which causes toxicity. Washing process is important and can reduce the contaminants. Therefore, this research was aimed to develop vegetable and fruit washing solution using essential oils from edible herbs. The formulations containing 3% and 4% lemongrass oil, 2% sweet basil oil using PEG 4000 as thickening agent and formulation containing 2% sweet basil oil using xanthan gum as thickening were tested. The mixed formulation of lemongrass and sweet basil at the ratio of 1:1 and 2:0.5 were also examined for their stability in terms of physical, chemical, and biological properties at various temperatures for 4 months. The results showed that temperature affected the color of formulations containing lemongrass oil. The least color change was detected on formulations stored at 5±3ºC. However, this physical change was not observed in sweet basil oil formulations. Additionally, no others physical instability such as transparency or separation could be observed. To mimic the real usage condition, all formulations were diluted with water at the ratio of 1:100. The data showed that all formulations were clear, no precipitation, and homogenous. The active ingredients of all tested formulations were stable with no less than 80% label amount. There were no significant effects on antimicrobial activity after stored for 4 months. The same result was observed when stored at 5±3°C, 30±5°C and 45±2°C. It is noteworthy that single oil formulations were more effective than mixed formulations. In conclusion, the formulation containing 3% lemongrass oil is the most possible preparation which can be promoted commercially and the production cost is about 25.8 bahts per 100 grams.

บรรณานุกรม :
มัลลิกา ชมนาวัง   . (2557). การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มัลลิกา ชมนาวัง   . 2557. "การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มัลลิกา ชมนาวัง   . "การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
มัลลิกา ชมนาวัง   . การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างผักผลไม้เพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำมันหอมระเหย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.