ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์ 
คำค้น : เชียงใหม่ , เศรษฐกิจพอเพียง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG54N0007 , http://research.trf.or.th/node/8527
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอ สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างศักยภาพการตลาดตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ โดยศึกษาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2554 – มกราคม 2555 การศึกษาเริ่ม จากสภาพปัญหาด้านการตลาดและการพัฒนารูปแบบการผลิตผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ด้วยวิธีการวิจัย เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (participatory action research , PAR) ประชากรในการศึกษานี้คือ สมาชิกกลุ่มจำนวน 31 คน ดำเนินกิจกรรมวิจัยโดยวิธีการจัดเวทีวิเคราะห์กลุ่มและชุมชน การ สนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการสรุปบทเรียนร่วมกันตามกระบวนการ จัดการความรู้ และแบบสอบถามผู้บริโภคเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ผลการวิจัยที่สำคัญ ได้ข้อมูลทั่วไปและจุดแข็งจุดอ่อน ตลอดจนอุปสรรคและโอกาสของ กลุ่มฯ ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมที่มีศักยภาพในด้านการผลิต และ กลุ่มมีจุดเด่นในการผลิตสินค้าของตนเองแต่ยังขาดศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนอง กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายแต่ยังคงเป็นการผลิตเพื่อส่งไปยังพ่อค้าส่ง ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมและ การพัฒนาจะก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ และสามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าระดับสูงที่มีกำลังซื้อที่สูงได้ ประเด็นปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อการขยายตลาดของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) นั่นคือปัญหาในด้านการวางแผน การตลาด ปัญหาด้านการสร้างตราสินค้า และปัญหาในด้านการจัดจำหน่าย ซึ่งจุดสำคัญของการ พัฒนาอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพของคนในกลุ่ม เพื่อที่จะได้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปแทนการเป็น ฝ่ายรอรับคำสั่งซื้อจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ดังนั้นทางผู้วิจัยได้พัฒนากลุ่มเป็นเบื้องต้นโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเข้าไปให้ความรู้ โดยการจัดฝึกอบรม ให้แก่สมาชิกกลุ่มฯ ที่สนใจใน 5 ด้านด้วยกัน คือ ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้านการ สร้างตราสินค้า ด้านการจัดจำหน่าย ด้านการกำหนดลูกค้าเป้าหมายและการกำหนดตำแหน่ง ทางการตลาด และด้านการวางแผนการตลาด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของผู้ซื้อ ทั้งนี้ทางกลุ่มวิจัยได้มีการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนานำไปทดสอบตลาดที่กลุ่มยังไม่เคยนำ ผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอ คือแหล่งจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า โดยทำการปรับปรุงทั้งตัวผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์และการตั้งราคา แล้วทำการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคทั้งในห้างสรรพสินค้าและ ผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ช่องทางตลาดใหม่นั้นกลุ่มผู้สนใจส่วน ใหญ่เป็นผู้หญิง เป็นผู้ที่นิยมซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า ให้ความสำคัญในความน่าเชื่อถือของผู้ จำหน่ายโดยต้องมีแหล่งที่มาชัดเจนมีตราสินค้า มีบรรจุภัณฑ์ที่มาตรฐาน การลดราคามีผลต่อการ ซื้อไม่มากนักเนื่องจากนิยมซื้อสินค้าที่มีคุณค่าหากเป็นสินค้าที่สนใจก็จะตัดสินใจซื้อโดยจะนิยม ซื้อสินค้าในมูลค่า 500 บาทขึ้นไป สินค้าหัตถกรรมส่วนใหญ่ที่ซื้อจะเป็นของใช้ส่วนตัวโดยให้ ความสำคัญกับความคงทนของสินค้าที่สามารถใช้ได้ในระยะยาวมีความสวยงามผลิตจากวัสดุที่มี คุณภาพ ซึ่งการศึกษาการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์จำแนกตาม สถานภาพด้านเพศ พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้าน ความสวยงามปราณีต การ รับประกันมาตรฐานการผลิต วัสดุที่ใช้ในการผลิตและเทคโนโลยีในการผลิต จากการศึกษาทำให้ กลุ่มต้องมีการวางแผนเพื่อตอบสนองความแตกต่างในส่วนนี้ นอกจากนี้ผลจากการศึกษาแนวทางการพัฒนากระบวนการผลิตตามแบบจำลองการ ดำเนินการผลิต พบว่า 1) ด้านปัจจัยนำเข้า (input) กลุ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบเพื่อเพิ่ม มูลค่าผลิตภัณฑ์ การจัดอุปกรณ์ให้เพียงพอ และการแก้ปัญหาแรงงานในด้านทักษะฝีมือการ ออกแบบและมาตรฐานการผลิต 2) ด้านกระบวนการผลิต (process) การให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การบริหารการผลิต การอบรมเชิงปฏิบัติการการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์ด้วยเทคนิคต่างๆ การกำหนดขั้นตอนการไหลของงานเพื่อสร้างมาตรฐานการทำงาน การพัฒนาศูนย์ผลิตให้มี สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี และการควบคุมคุณภาพ 3) ด้านผลผลิต (output) จากการเรียนรู้ ร่วมกันของสมาชิกกลุ่มฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มและทำการทดสอบ ตลาด โดยผู้บริโภคมีความเห็นว่าคุณภาพโดยรวมของผลิตภัณฑ์ อยู่ในระดับมาก ค่าแฉลี่ย 3.89 อย่างไรก็ตามผลจากการศึกษานี้ทำให้กลุ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการพัฒนาธุรกิจชุมชน คือการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องและการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง This research focused on developing a body of knowledge in marketing management based on the Sufficiency Economy Philosophy for the Women Development Group at Ton Chok Village (Kham Sao) in order to create marketing potential as well as to enhance the group’s capability in developing its products. This participatory action research was conducted from February 2011 to January 2012 by investigating the group’s marketing problems and patterns of its production development. The population was 31 group members and the research activities included group and community analyses, focus group, interviews, workshops, and lesson summary according to the knowledge management process, as well as a questionnaire about customer satisfaction with the group’s products. The findings reveal general information, strengths, weaknesses, opportunities and threats of the group. It is found that this community enterprise had production potential in manufacturing handicrafts. The strength of the group was that it was capable of producing its own products for wholesalers but lacked the potential in manufacturing products to meet the needs of diverse groups of customers. With promotion and development, the group could create value-added innovations and would be able to meet the needs of customers with high purchasing power. Significant problems on enhancing the potential and competitive capability for market expansion of the group were market planning, branding and distribution. It is thus imperative to develop personal capabilities of group members, so that the development could be sustainable instead of waiting for orders from middlemen, which is uncertain business-wise. The initial development covered five domains conducted by specialists and academicians. The five domains included product design and development, branding, distribution, target customers, and market positioning and market planning, in order to offer products in line with buyers’ needs. The products were tested among buyers who had not known them before, e.g., those in department stores. The products were improved regarding styles, packaging and pricing. Surveys were conducted among consumers in the department stores and at trade exhibitions. It was found that the new market channel comprised mostly women shoppers who were conscious of credibility of distributors, product sources, branding and standard packaging. Price reduction did not affect their buying decisions as much as product quality, most notably for products with the price of 500 baht and over. Most handicrafts bought were for personal use, with an emphasis on durability, beauty and quality materials. A comparative study on mean difference of product –related factors by gender revealed that there were significant differences on fine production, certified manufacturing standard, materials, and production technology. The findings obligated the group to plan to meet the above-mentioned differences. Additionally, an investigation on the guidelines for the production process using the production model revealed that the input factors included quality of raw materials to add values to the products, sufficient supplies and equipment, and solving labor problems regarding skills, designs and production standard. The process factors included basic knowledge about production management, workshops for product designs and tailoring techniques, a job flowchart to create working standard, develop a production center with good working environment and quality control. The output factor included collective learning of group members, enabling them to develop and test their new and unique products. The consumers’ opinions revealed that the overall quality of the products was at a high level with the mean of 3.89. The findings from this investigation had made the group to focus on a sustainable development of the community enterprise by continuously improving production skills and creating a strong network.

บรรณานุกรม :
ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์  . (2556). แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์  . 2556. "แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์  . "แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ศุภฤกษ์ ธาราพิทักษ์วงศ์  . แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการการตลาด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มพัฒนาสตรีบ้านต้นโจ้ก(คำซาว) ตำบลสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.