ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน
นักวิจัย : สุวิชช์ รอดภัย
คำค้น : น้ำใต้ดิน -- การปนเปื้อน , กระบวนการสโตแคสติค , ทฤษฎีการตัดสินใจทางสถิติของเบส์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อักษรา พฤทธิวิทยา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20064
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

เสนอเทคนิคการเก็บตัวอย่างเพื่อหาการกระจายตัวของสารปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดิน โดยประยุกต์ใช้เทคนิคมัลติสเตจเบส์เซียน (Multistage Bayesian) ในการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นน้ำใต้ดิน และข้อมูลการปนเปื้อนเมื่อข้อมูลเบื้องต้นมีจำกัด สารปนเปื้อนประเภทสารอินทรีย์ระเหย (Volatile organic compounds; VOCs) มีคุณสมบัติเป็น Dense nonaqueous phase liquids (DNAPL) ซึ่งสารปนเปื้อนที่พบได้บ่อยในแหล่งน้ำใต้ดินทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ลักษณะการกระจายตัวของ DNAPL ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของชั้นน้ำที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน (Heterogeneous aquifer) รวมทั้งคุณสมบัติทางเคมีเฉพาะของ DNAPL ส่งผลให้ลักษณะการกระจายตัวของ DNAPL ณ บริเวณแหล่งกำเนิด (Source zone) มีความซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ได้ประยุกต์หลักการธรณีสถิติ และเทคนิคมัลติสเตจเบส์เซียน ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติ (2D site characterization) บริเวณ Source zone จากการสำรวจเบื้องต้น เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนและออกแบบการกำหนดตำแหน่งสำรวจลำดับต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความไม่แน่นอนที่จะสำรวจไม่พบการปนเปื้อน ชั้นน้ำใต้ดินถูกจำลองโดยใช้หลักธรณีสถิติและจำลองกระจายตัวของ DNAPL ในชั้นน้ำใต้ดินโดยโปรแกรม UTCHEM ภายใต้การกระจายตัวของคุณสมบัติทางกายภาพของชั้นน้ำแบบ Sequential Gaussian simulation (SGS) และ Sequential indicator simulation (SIS) ผู้วิจัยได้ออกแบบจำนวนและตำแหน่งของหลุมสำรวจภายใต้เงื่อนไขตัวแปรทางอุทกวิทยา (ชนิดของดินและสัมประสิทธิ์การซึมผ่าน) โดยใช้กระบวนการของมาร์คอฟ (Markov process) แบบ Discrete-state, continuous-space พบว่าเทคนิคมัลติสเตจเบส์เซียนสามารถลดจำนวนหลุมสำรวจ (เทียบกับการเก็บตัวอย่างแบบ Systematic) ได้ 30% สามารถลดค่าใช้จ่ายสำหรับ Site characterization รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในกระบวนการตัดสินใจในขั้นตอนการทำ Site characterization สำหรับพื้นที่ปนเปื้อนอื่นๆ ได้ต่อไป

บรรณานุกรม :
สุวิชช์ รอดภัย . (2551). การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิชช์ รอดภัย . 2551. "การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิชช์ รอดภัย . "การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
สุวิชช์ รอดภัย . การพัฒนาและออกแบบเทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบมัลติสเตจเบส์เซียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการจำแนกลักษณะการกระจายตัวแบบสองมิติของสารปนเปื้อนประเภท DNAPL ณ แหล่งกำเนิดสารปนเปื้อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.