| ชื่อเรื่อง | : | การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท |
| นักวิจัย | : | นิตยา โพธิ์ทอง |
| คำค้น | : | พระราชวังพญาไท , อาคารประวัติศาสตร์ -- การอนุรักษ์และการบำรุงรักษา , อาคารประวัติศาสตร์ -- ไทย -- กรุงเทพฯ , Historic buildings -- Conservation and restoration , Historic buildings -- Thailand -- Bangkok , Phaya Thai Palace |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19867 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)—จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 พระราชวังพญาไทเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญของชาติ ซึ่งประกอบด้วยอาคารประวัติศาสตร์หลายอาคาร และในปี พ.ศ. 2540 ได้รับการอนุรักษ์แล้วในบางส่วน สำหรับการศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท ในส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์แล้วกับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการอนุรักษ์ดีเด่น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขององค์การยูเนสโก การวิจัยครั้งนี้ศึกษาวิธีและขั้นตอนการอนุรักษ์ที่ร่วมกันดำเนินการโดยคณะกรรมการโครงการ และบริษัท เดียบอร์น สตรีท ดีไซน์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด บริษัทสถาปนิกที่ปรึกษาของโครงการ ซึ่งพบว่าขั้นตอนการอนุรักษ์นั้นเริ่มด้วยการรวบรวมข้อมูลอาคารจากการสำรวจสภาพของอาคาร และการสืบค้นข้อมูลจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำหรับใช้วิเคราะห์คุณค่าและสภาพปัญหาของอาคาร จากนั้นจึงนำผลการวิเคราะห์ดังกล่าวมาใช้วางแผนการอนุรักษ์ ซึ่งในการอนุรักษ์ครั้งนี้ได้เลือกวิธีการอนุรักษ์แบบการบูรณะซ่อมแซม (restoration) ในส่วนที่อาคารชำรุดเสียหาย และการปรับปรุงอาคาร (renovation) ในส่วนเพิ่มงานระบบหรือองค์ประกอบอื่นที่มีความจำเป็นกับอาคาร และในระหว่างการดำเนินการบริษัทสถาปนิกที่ปรึกษาของโครงการ ได้มีการบันทึกข้อมูลและถ่ายภาพขั้นตอนการอนุรักษ์จัดทำเป็นรายงานการก่อสร้างของทุกเดือน จากนั้นเมื่อทำการอนุรักษ์แล้วพบว่า พระราชวังพญาไทได้เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์แก่สาธารณชน เป็นสถานที่พักผ่อนใจให้แก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาลและผู้คนทั่วไป รวมถึงเป็นสถานที่สำหรับสร้างรายได้เป็นเงินทุนสนับสนุนมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท เพื่อการอนุรักษ์และดูแลรักษาพระราชวังพญาไทในอนาคต จากนั้นจึงศึกษาหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการอนุรักษ์ดีเด่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขององค์การยูเนสโก ซึ่งมีทั้งหมด 11 หลักเกณฑ์ เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาโครงการอนุรักษ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่สมควรได้รับการยกย่อง โดยพิจารณาถึงความดีเด่นในทุกๆ ด้านของการอนุรักษ์ตั้งแต่การพยายามรักษาคุณค่า และสื่อความหมายของอาคาร เทคนิควิธีและขั้นตอนการอนุรักษ์ การใช้งาน ตลอดจนการจัดการและการดูแลรักษาอาคารภายหลังการอนุรักษ์ และเนื่องจากเป็นหลักเกณฑ์ที่ครอบคลุมทุกด้านของการอนุรักษ์อาคาร จึงเห็นสมควรเลือกหลักเกณฑ์นี้มาเป็นแนวทางในการประเมินผลการอนุรักษ์ของกรณีศึกษา เมื่อทำการประเมินผลการอนุรักษ์ในพระราชวังพญาไทกับหลักเกณฑ์ยูเนสโกแล้วพบว่า การอนุรักษ์ในพระราชวังพญาไทมีการดำเนินการครบถ้วนในทุกหลักเกณฑ์ การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ของพระราชวังพญาไทในครั้งนี้ จึงเป็นโครงการอนุรักษ์ที่สมควรได้รับการยกย่อง และผลการอนุรักษ์สามารถนำไปใช้เป็นแนวทาง การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ของพระราชวังพญาไท ในส่วนที่ยังไม่ได้ทำการอนุรักษ์ และเป็นตัวอย่างในการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ประเภทเดียวกันในอนาคตต่อไปได้ |
| บรรณานุกรม | : |
นิตยา โพธิ์ทอง . (2553). การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิตยา โพธิ์ทอง . 2553. "การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิตยา โพธิ์ทอง . "การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. นิตยา โพธิ์ทอง . การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ในพระราชวังพญาไท. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
