| ชื่อเรื่อง | : | ฤทธิ์ยับยั้งการเดิกเบต้าแอมีลอยด์พลาสของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำมันหอมระเหยและพืชพื้นเมืองบางชนิดในประเทศไทยสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์ |
| นักวิจัย | : | กิตติศักดิ์ ศรีภา |
| คำค้น | : | ) plaques formation , alzheimer's disease , Anti-beta amyloid , bioactive compounds , essential oils , Thai indigenous plan |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5420021 , http://research.trf.or.th/node/8379 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ได้จากพืชพื้นเมืองได้รับความสนใจอย่างมากในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ โดยเฉพาะการนามาใช้รักษาโรคความผิดปกติของการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์ งานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาฤทธิ์การยับยั้งการเกาะกลุ่มของโปรตีน Aβ ของสารกลุ่มน้ามันหอมระเหยทั้งแบบเดี่ยวและแบบผสม รวมทั้งสารสกัดจากพืชพื้นเมืองไทยบางชนิด โดยวิธี fluorescence thioflavin T assay จากการศึกษาพบว่าสารในกลุ่มน้ามันหอมระเหยแบบเดี่ยว เช่น (-)carveol -terpinene R-(-)--phellandrene และ menthol มีฤทธิ์ดีที่น่าสนใจในการยับยั้งการเกาะกลุ่มของโปรตีน Aβ ค่า IC50 ของสารแต่ละตัวเท่ากับ 12 17 24 และ 27 M ตามลาดับ ในกรณีของน้ามันหอมระเหยแบบผสมและสารสกัดจากพืชพื้นเมืองพบว่า น้ามันหอมระเหยจากขมิ้น และสารสกัดจากผักขี้ขวงมีฤทธิ์ดีที่สุดโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 3 g/mL และ 5 g/mL นอกจากนี้ได้มีการศึกษาแบบจาลองการจับกันระหว่างโมเลกุลของน้ามันหอมระเหยแบบเดี่ยวแต่ละตัวกับโปรตีน Aβ โดยใช้เทคนิค molecular docking ผลการทดลองที่ได้ทาให้ทราบว่าโมเลกุลของน้ามันหอมระเหยแบบเดี่ยวชอบจับที่บริเวณ hydrophobic domain ของโปรตีน Aβ จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ได้บอกถึงความมีศักยภาพของน้ามันหอมระเหยและสารสกัดจากพืชพื้นเมืองไทยบางชนิด ซึ่งอาจถูกพัฒนาให้เป็นส่วนประกอบที่มีคุณค่าและมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพที่สามารถใช้ป้องกันหรือรักษาโรคได้โดยเฉพาะใช้ในผู้สูงอายุ The interest in bioactive compounds from indigenous plant researchs in humans has increased in recents years, especially for the treatment of neurogenerative disorders such as Alzheimer’s disease. In this study, the Aβ aggregation inhibitors of single, mixed essential oils and, extracts of some Thai indigenous plants were evaluated by means of fluorescence thioflavin T assay. Monocyclic structural features of single essential oils such as (-)Carveol, -terpinene, R-(-)--phellandrene, and menthol showed attractively high potent Aβ aggregated inhibitory activities. Their IC50 values are 12, 17, 24, and 27, respectively. In case of mixed essential oils, and , tumeric oils, and extract of Glinus oppositifolius exhibited the good activities (IC50 values 3 g/mL and and 5 g/mL). Furthermore, molecular modeling and docking techniques were used to study binding interaction between each molecule of pure essential oil and Aβ peptides. The results indicated that most molecules of essential oil binded favorably on hydrophobic domain of Aβ peptides. These obtaining data suggest that these potential essential oils and extract of some Thai indigenous plants might be able to develop as a valuable ingredient with functional properties for nutraceutical food supplements using particular for elderly people. |
| บรรณานุกรม | : |
กิตติศักดิ์ ศรีภา . (2557). ฤทธิ์ยับยั้งการเดิกเบต้าแอมีลอยด์พลาสของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำมันหอมระเหยและพืชพื้นเมืองบางชนิดในประเทศไทยสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กิตติศักดิ์ ศรีภา . 2557. "ฤทธิ์ยับยั้งการเดิกเบต้าแอมีลอยด์พลาสของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำมันหอมระเหยและพืชพื้นเมืองบางชนิดในประเทศไทยสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กิตติศักดิ์ ศรีภา . "ฤทธิ์ยับยั้งการเดิกเบต้าแอมีลอยด์พลาสของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำมันหอมระเหยและพืชพื้นเมืองบางชนิดในประเทศไทยสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. กิตติศักดิ์ ศรีภา . ฤทธิ์ยับยั้งการเดิกเบต้าแอมีลอยด์พลาสของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำมันหอมระเหยและพืชพื้นเมืองบางชนิดในประเทศไทยสำหรับรักษาโรคอัลไซเมอร์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
