| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางที่เหมาะสมในการลดหมอกควันตำบลขุนยวม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน |
| นักวิจัย | : | สุขชีวี ชมงานดี |
| คำค้น | : | การมีส่วนร่วมของชุมชน , การลดหมอกควัน , ตำบลขุนยวม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53N0005 , http://research.trf.or.th/node/8307 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | “ทิวเขา เงาสน คนดี” คำขวัญของอำเภอขุนยวม ซึ่งมีความหมายว่าดินแดนที่มีที่ตั้งอยู่บนสัน เขามองเห็นแนว”ทิวเขา”ได้ตลอดแนว ลมพัดโชยตลอดปี บ่งบอกถึงอากาศที่บริสุทธิ์ พื้นป่ามากไปด้วย” ต้นสน”สองใบและสนสามใบแล้วแต่ระดับความสูงของพื้นที่ ต้นสนยังเป็นประโยชน์ให้ชุมชนท้องถิ่นใช้ เป็นเชื้อเพลิงในการก่อไฟหุงหาอาหารในสมัยอดีต และมีความสำคัญต่อการประกอบประเพณีพิธีกรรม บางอย่าง “คนดี”ก็ย่อมมีความหมายถึงจารีตประเพณีที่ดีงามกล่อมเกลาจิตใจคนให้เป็นคนที่มีจิตใจ เมตตา เอื้ออารี ต่อมิตรสหาย อำเภอขุนยวมได้แยกการบริหารท้องถิ่น และการปกครองออกเป็น 6 องค์การบริหารส่วนตำบล และ 1 เทศบาลตำบล ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปอน องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กิ๊ องค์การ บริหารส่วนตำบลแม่เงา องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ องค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม และเทศบาลตำบลขุนยวม มีพื้นที่รวมของอำเภอประมาณ 1,478,125 ไร่ โดยจำแนกออกเป็นพื้นที่ป่าสงวน 1,031,875 ไร่ ป่าวนอุทยานแห่งชาติ 41,250 ไร่ และเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า 8,750 ไร่ ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม มีหมู่บ้านที่ต้องดูแลรับผิดชอบจำนวน 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขุนยวมหมู่ที่ 1-2 บ้านแม่สุริน หมู่ที่ 3 บ้านห้วยฟานและหย่อมบ้านห้วยฮุง บ้านแม่สะเป่ เหนือ บ้านแม่สะเป่ใต้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ และไทยใหญ่ มีภูมินิเวศที่อาศัย 2 ระบบได้แก่ที่ราบ และที่สูง ซึ่งที่สูงจะเป็นที่ทำมาหากินของชนเผ่าปกาเกอะญอ พื้นที่ขององค์การบริหาร ส่วนตำบลขุนยวมส่วนใหญ่จะเป็นป่า โดยมีลักษณะของป่าประมาณ 2 รูปแบบ ได้แก่ป่าต้นน้ำ/ป่าชื้น และป่าเต็งรังไม้ผลัดใบ ภูมิประเทศบางแห่งเป็นป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ บางแห่งก็กลายเป็นป่าเสื่อม โทรมด้วยกิจกรรมต่างๆ ของคนในพื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับหุบเขามีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล อย่างน้อยที่สุดประมาณ 600 เมตร ภายใน 1 ปี มีฤดูกาล 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูฝนในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ฤดูหนาวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมพาพันธ์ และช่วงฤดูแล้ง เดือน มีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นต้น สภาพปัญหาส่วนหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวม ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ที่รอการแก้ไข คือปัญหาในช่วงฤดูแล้งที่มักเกิดวิกฤตหมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ.2549 เป็นต้นมา การเกิดวิกฤตการณ์หมอกควันนอกจากจะส่งผลกระทบ และ ส่งผลเสียหายหลายส่วน เช่น สุขภาพ/จิตใจ เศรษฐกิจ สังคม แล้ว ยังส่งผลให้เกิดความล่มสลายในการ ทำงานร่วมด้วยช่วยกันในระดับหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลขุนยวมที่ผ่านมา นั้น ก็เป็นการแก้ไขโดยปกติเน้นที่การจัดการไฟที่ไหม้อยู่ ซึ่งจากการสรุปบทเรียนในภายหลังพบว่า ไม่ สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนด้วยการแก้ไขเพียงวิธีการเดียวดังเช่นที่ทำอยู่เป็นประจำทุกปี ดังนั้นจึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน เพื่อหาแนวทางในการลดหมอกควัน หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างสมบูรณ์แบบ และเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวคนโดยเฉพาะผู้นำใน เชิงลึก โดยอาศัยเครื่องมือวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ผลในการดำเนินงานที่ผ่านมา ทำให้เราทราบว่า คนในชุมชนมีความคิดเห็นอย่างไรกับไฟป่าและ หมอกควันโดยการให้นิยามความหมายว่า “ไฟป่าและหมอกควันเป็นเรื่องเดียวกันเป็นปัญหากับชุมชน โดยตรง ซึ่งแยกความหมายได้ว่า ไฟป่าเป็นไฟที่ถูกจุดขึ้นมาแบบไม่มีการควบคุม ทำให้ลุกลามและไม่ สามารถจัดการได้ ทำให้เกิดหมอกควันจำนวนมหาหาศาล โดยภาพรวมทั้งตำบลให้ความเห็นคิดเช่นนี้ เป็นสัดส่วน 88.89 เปอร์เซ็นต์ และมองว่าที่แท้จริงแล้วสาเหตุของการเกิดหมอกควันและไฟป่านั้น เกิด ขึ้นมาจาก 2 เรื่องหลัก ได้แก่ ความจำเป็นที่จะต้องเผาและไม่สามารถห้ามหมากควันได้ อันได้แก่ การทำ การเกษตรกรรม และการเผาเพื่อหาอาหารจากป่า คิดเป็น 52% เป็นต้น และเรื่องที่ 2 คือการเผาที่ ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆ แต่เผาเพราะเหตุผลนำเข้าสภาพจิตใจในช่วงนั้นแตกต่างกันไป (ตั้งใจกลั่นแกล้ง และประมาท) เช่น อยากแกล้งอาสาสมัครดับไฟป่าแต่ละหมู่บ้าน อยากท้าทายอำนาจรัฐ ไม่รู้เรื่องอะไร อยากเผาก็เผา เข้าป่าก่อไฟแล้วไม่ยอมดับไฟ การทิ้งก้นบุหรี่ พฤติกรรมอื่นๆ คิดเป็น 48% ระดับความรุนแรงของไฟป่านั้น รุนแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2551-2553 ความรุนแรงที่ว่านี้ ถูกชี้วัดด้วยตัวชี้วัดที่พัฒนาเองจากคนในชุมชน ได้แก่ ความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงของวงจรอาหาร และ การเจ็บป่วยของคนในชุมชน โดยระดับความรุนแรงชุมชนมองว่าอยู่ในขั้นรุนแรงมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 52.0% ศักยภาพและทุนเดิมของชุมชนในการจัดการไฟป่าและหมอกควันเพื่อลดปริมาณหมอกควัน เช่นความเชื่อ รูปแบบการผลิตที่ทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ไร่หมุนเวียน การทำแนวกันไฟรอบพื้นที่ป่า สำคัญๆ ของชุมชน เช่นป่าต้นน้ำปะปา ป่าช้า ป่าเดปอ ป่าอนุรักษ์ การสนับสนุนงบประมาณให้กับ ชุมชนของหน่วยงานรัฐ เช่น อบต.ขุนยวม ส่วนการปกครองระดับอำ เภอขุนยวม สำ นักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นต้น รวมถึงความรู้ต่างๆ ที่ชุมชนได้รับ โดยเฉพาะความรู้ ทางวิชาการที่ถูกส่งเสริมให้ชุมชนได้เรียนรู้เป็นประจำทุกปี เช่นเทคนิคการทำแนวกันไฟ และกลไก อาสาสมัครที่เกิดขึ้นในชุมชน สิ่งเหล่านี้เป็นทุนเดิมที่สำคัญ สำหรับวางแผนปฏิบัติการในช่วงต่อไป แนวทางในการจัดการต่อเนื่องในหลายระดับ เช่นระดับชุมชน สร้างชุดความรู้ สร้างความ ตระหนักให้ชุมชนเข้าใจอย่างแท้จริง สร้างกลุ่มและเครือข่าย ระดับตำบลจัดกลไกในระดับตำบล การบูรณาการงานของหน่วยงานต้องเกิดขึ้น ในส่วน อบต.คือการผลักดันให้เกิดเป็นข้อบัญญัติตำบลว่า ด้วยการจัดการหมอกควันและไฟป่า เป็นต้น การศึกษาและวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาและวิจัยโดยชาวบ้านเป็นหลักในการสืบหา และวิเคราะห์ ข้อมูลของชุมชน ดังนั้นจึงเป็นงานวิจัยที่มิได้เน้นชุดความรู้ มากไปกว่ากระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของ ชุมชนเพื่อวางแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าต่อไปภายในอนาคต ซึ่ง ข้อเสนอแนวทางที่ได้รับจากชุมชนนั้นเป็นข้อเสนอและแนวทางที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ที่องค์การ บริหารส่วนตำบลหรือภาคีความร่วมมือต่างๆ จะต้องนำมาปรับประยุกต์และพูดคุยถึงการนำแนวทาง เหล่านี้ไปผลักดันให้เกิดเป็นแผนพัฒนาขึ้นภายในปี พ.ศ.2554-2556 หากรายงานวิจัยเล่มนี้ เกิดความผิดพลาด ทั้งด้านกระบวนการ เนื้อหา การใช้คำ การใช้ประโยค ที่ไม่เหมาะสมประการใด คณะผู้จัดทำ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงาน วิจัยเพื่อท้องถิ่น เล่มนี้ จะถูกนำไปศึกษาเรียนรู้ และนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปปรับประยุกต์ใช้ใน ภาระหน้าที่ของหน่วยงานหรือองค์กรทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้สนใจทั่วไป สุดท้ายนี้ ขอคุณพระศรีรัตนตรัย จงช่วยปกปักษ์ รักษา ให้ทุกท่านผู้ประสงค์เรียนรู้ และผู้ที่จะนำ ความรู้ไปใช้แก้ไขปัญหา จงประสบผลสำเร็จ และเจริญในหน้าที่การงาน ด้วยเทอญ - |
| บรรณานุกรม | : |
สุขชีวี ชมงานดี . (2556). แนวทางที่เหมาะสมในการลดหมอกควันตำบลขุนยวม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุขชีวี ชมงานดี . 2556. "แนวทางที่เหมาะสมในการลดหมอกควันตำบลขุนยวม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุขชีวี ชมงานดี . "แนวทางที่เหมาะสมในการลดหมอกควันตำบลขุนยวม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. สุขชีวี ชมงานดี . แนวทางที่เหมาะสมในการลดหมอกควันตำบลขุนยวม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
