| ชื่อเรื่อง | : | การเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา : ศึกษาทดลองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด |
| นักวิจัย | : | กิตติ อมตชีวิน |
| คำค้น | : | ประชาธิปไตย -- การศึกษาและการสอน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว , ชัยพร วิชชาวุธ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2522 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19836 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ร.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522 การศึกษาวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมาย ที่จะศึกาการเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตยโดยตรง ของเด็กนักเรียนในชันประถมศึกษา การเรียนรู้ทางการเมืองที่นำมาศึกษา ได้แก่การเรียนรู้ด้านความรู้และการ เรียนรู้ด้านทัศนคติทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย กลุ่มตัวอย่างเลือกโดยการสุ่ม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก (กลุ่มทดลอง) จำนวน 25 คน สอนด้วยบทเรียน ลัทธิประชาธิปไตย และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก (กลุ่มควบคุม) จำนวน 25 คน ซึ่งมีการเรียนการสอนตามปกติ ประจำปีการศึกษา 2520-2521 ของโรงเรียนวัดสุทธิสะอาด แขวงสามวาตะวันออก เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร การสุ่มตัวอย่างเป็นแบบจงใจ (purposive sampling) ส่วนการเลือกกลุ่มศึกษาทดลองใช้วิธีจับสลาก การวิจัยใช้แบบสอบถามและแบบทดสอลวัดความรู้เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลวัดความรู้และทัศนคติทางการเมืองก่อนและหลัง การสอนทดลองนำคะแนนมาทำการวิเคราะห์ด้วย วิธีทางสถิติที่ใช้คือหาคะแนนะเฉลี่ย (X) ทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยด้วย t-test และวิเคราะห์ความแตกต่างแบบทดสอบผลสัมฤทธิทางการเรียนเป็นข้อด้วยไคสแควร์ ( x^2) ผลการวิจัยพบว่า 1.ความรู้เดิมเกี่ยวกับลัทธิประชาธิปไตยของนักเรียนในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองก่อนสอนทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ เด็กนักเรียนทั้งกลุ่มควบคุม (X=15.28) และกลุ่มทดลอง (X=15.68 ) มีความรู้เดิมเกี่ยวกับลัทธิประชาธิปไตยพอๆ กัน 2.ทัศนคติทางการเมือของกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองก่อนสอนทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ เด็กนักเรียนทั้งกลุ่มควบคุม (X = 3.09) และกลุ่มทดลอง (X= 3.12)มีทัศนคติทางการเมืองเป็นแบบประชาธิปไตยพอ ๆ กัน 3.ความรู้ในลัทธิประชาธิปไตยของนักเรียนในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองหลังสอนทดลอง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือเด็กนักเรียนในกลุ่มทดลอง (X=17.40) มีความรู้ในลัทธิประชาธิปไตยเพิ่มมากกว่ากลุ่มควบคุม (X=15.32) 4.ทัศนคติทางการเมืองของกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง หลังสอนทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ เด็กนักเรียนในกลุ่มควบคุม (X=3.07) และกลุ่มทดลอง (X=3.22) มีทัศนคิตเป็นแบบประชาธิปไตยพอ ๆ กัน 5.ผลการเรียนด้านความรู้ลัทธิประชาธิปไตยของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ เด็กนักเรียนในกลุ่มทดลอง (d=1.72) มีผลการเรียนรู้ลัทธิประชาธิปไตยมากกว่ากลุ่มควบคุม (d= 0.04) หลังจากสอนครบตามโครงการแล้ว 6.ผลการเรียนรู้ทัศนคติแบบประชาธิปไตยของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ เด็กนักเรียนในกลุ่มทดลอง (d=0.093) มีผลการเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยพอ ๆ กัน กลุ่มควบคุม (d=0.024) หลังจากสอนครบตามโครงการแล้วจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษาสามารถถ่ายทอดการเรียนรู้ทางการเมืองโดยตรงได้ โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้ลัทธิประชาธิปไตย ส่วนการเรียนรู้ทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยนั้น พบว่าตามโครงการวิจัยนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางการเมือให้เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นได้ |
| บรรณานุกรม | : |
กิตติ อมตชีวิน . (2522). การเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา : ศึกษาทดลองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กิตติ อมตชีวิน . 2522. "การเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา : ศึกษาทดลองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กิตติ อมตชีวิน . "การเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา : ศึกษาทดลองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print. กิตติ อมตชีวิน . การเรียนรู้ทางการเมืองในลัทธิประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา : ศึกษาทดลองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.
|
