| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติ และทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี |
| นักวิจัย | : | มัทนียา ค้อมทอง |
| คำค้น | : | การศึกษานอกระบบโรงเรียน , สตรี -- ไทย -- ลพบุรี |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วรรัตน์ อภินันท์กูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19066 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนตามแนวคิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติสำหรับกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี 2) เพื่อเปรียบเทียบความรู้ และเจตคติเกี่ยวกับอาชีพก่อนและหลังการทดลองกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติและทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นกลุ่มทดลอง 3) เพื่อศึกษาทักษะเกี่ยวกับอาชีพหลังการทดลองกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติและทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นกลุ่มทดลอง 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติและทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นกลุ่มทดลอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น โดยประชากรในวิจัย คือ กลุ่มสตรีในชมรมแม่บ้านทหารอากาศกองบิน 2 กองพลบินที่ 1 จ.ลพบุรี เป็นสตรีอายุตั้งแต่ 30 – 50 ปี จำนวน 550 คน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 23 คน เป็นกลุ่มทดลองจำนวน 23 คน โดยเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นเวลา 50 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติและทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับอาชีพ แบบวัดเจตคติเกี่ยวกับอาชีพ แบบสังเกตทักษะเกี่ยวกับอาชีพ แบบวัดความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. กระบวนการของกิจกรรม ได้แก่ (1) สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ร่วมกัน และกำหนดวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้การฝึกทักษะอาชีพ (2) จัดกลุ่มผู้เรียน กลุ่มละ 5-7 คน (3) ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผน วินิจฉัย สร้างเป้าหมาย และกำหนดประเด็นที่จะต้องเรียนรู้และปฏิบัติ (4) ดำเนินการฝึกทักษะอาชีพตามความต้องการของผู้เรียนโดยหากมีปัญหาอาจจัดการเรียนเป็นกลุ่มย่อยศึกษาเฉพาะกรณีขึ้นได้ (5) ประเมินความก้าวหน้าและวางแผนการเรียนรู้ในขั้นต่อไป (6) ดำเนินการฝึกทักษะอาชีพซ้ำตามกระบวนการเดิม (7) จัดทำเอกสารเพื่อสรุปกระบวนการเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป 2. ผลการทดลองกิจกรรม พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความรู้ และเจตคติเกี่ยวกับอาชีพหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการทดลองกิจกรรม พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยทักษะเกี่ยวกับอาชีพในด้านรวมทั้ง 6 อาชีพหลังการทดลองอยู่ในระดับมาก 4. ผลการทดลองกิจกรรม พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติและทักษะเกี่ยวกับอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี อยู่ในระดับมาก |
| บรรณานุกรม | : |
มัทนียา ค้อมทอง . (2552). ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติ และทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มัทนียา ค้อมทอง . 2552. "ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติ และทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มัทนียา ค้อมทอง . "ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติ และทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. มัทนียา ค้อมทอง . ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีต่อความรู้ เจตคติ และทักษะอาชีพของกลุ่มสตรีชมรมแม่บ้านทหารอากาศ จังหวัดลพบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
