| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาตำรับเอ็นแคปซูเลชั่นของสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันและการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ล่าหนู |
| นักวิจัย | : | ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล |
| คำค้น | : | การทดสอบประสิทธิภาพ , การไล่ล่าหนู , ตำรับเอ็นแคปซูเลชั่น , สารสกัดพริก , อนุภาคไขมัน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5320018 , http://research.trf.or.th/node/8227 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตำรับสารสกัดพริกในรูปไขมันระดับไมโครหรือนาโนเมตร เพื่อให้มีการกักเก็บสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันขนาดเล็ก ที่ค่อยๆ ปลดปล่อยกลิ่นฉุนได้เป็นเวลานาน สำหรับไล่หนู วิธีการทดลองประกอบด้วยการศึกษาหาชนิดของไขมันแข็งที่เหมาะสม วิธีการและ อัตราส่วนที่เหมาะสมในการเตรียมอนุภาค จากนั้นศึกษาคุณสมบัติของอนุภาคที่เตรียมได้ เช่น การวัดขนาด อนุภาคด้วย Particle Size Analyzer (ZetaPALS), การศึกษาการเกิดผลึกของอนุภาคด้วย Polarized Light Microscopy (PLM) และการวิเคราะห์ปริมาณสารหอมระเหยในสารสกัดและตำรับอนุภาคพริก (Volatile Organic Compounds: VOC) ด้วย Gas Chromatography-Mass Spectroscopy (GC-MS) ผลการทดลองพบว่าการตั้งตำรับสารสกัดพริกในรูปแบบอนุภาคไขมันสามารถได้ด้วยไขมันแข็ง GMS และ Stearic acid โดยที่การใช้ GMS:สารสกัดพริกในอัตราส่วน 5:5 จะได้ประสิทธิภาพการกักเก็บ สารสกัดพริกสูงสุดที่ปริมาณแคปไซซินร้อยละ 32.49 1.73 โดยน้ำหนักและไดไฮโดรแคปไซซินร้อยละ 32.58 1.84 โดยน้ำหนัก ส่วนการใช้ Stearic acid:สารสกัดพริกที่อัตราส่วน 4:6 จะได้ประสิทธิภาพการกัก เก็บสูงสุดคิดเป็นแคปไซซินร้อยละ 49.17 04.67 และไดไฮโดรแคปไซซินร้อยละ 78.69 04.35 โดย น้ำหนัก การเกิดผลึกของอนุภาคไขมันแข็งในตำรับที่เตรียมจาก Stearic acid เกิดขึ้นน้อยกว่า GMS และ การกระจายตัวอนุภาคใน HPMC AN5 ความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยน้ำหนักจะช่วยลดการเกิดผลึกของไขมัน ทั้ง 2 ชนิด โดยไม่มีการเกิดผลึกในตำรับที่เตรียมจาก Stearic acid เมื่อตั้งทั้งไว้นาน 3 เดือน จึงเลือกตำรับที่ เตรียมจาก Stearic acid:สารสกัดพริกอัตราส่วน 4:6 เป็นตำรับที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการไล่หนู ต่อไป โดยเลือกใช้การกระจายตัวของตำรับอนุภาคสารสกัดพริกลงใน HPMC AN5 ความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยน้ำหนัก การวิเคราะห์ปริมาณสารหอมระเหยในสารสกัดพริกและตำรับอนุภาคบรรจุสารสกัดพริก แสดงในเห็นว่า Benzofuranone น่าจะเป็นสารที่มีส่วนในการไล่หนู ประสิทธิภาพการไล่หนูของตำรับสาร สกัดพริกความเข้มข้นร้อยละ 3 โดยน้ำหนัก และตำรับอนุภาคที่มีสารสกัดพริกเทียบเท่าร้อยละ 3 และ 1 โดย น้ำหนัก มีประสิทธิภาพในการไล่หนูได้ดีมากในช่วงเริ่มต้น และยังคงมีประสิทธิภาพดีเมื่อฉีดทิ้งไว้นาน 2 สัปดาห์ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับตอนฉีดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ทุกตำรับสามารถออกฤทธิ์ไล่หนูขนาดเล็ก เช่น หนู ถีบจักร ได้ดีกว่าหนูขนาดใหญ่เ ช่น หนูแรท โดยตำรับที่มีความเข้มข้นของสารสกัดพริกร้อยละ 3 โดย น้ำหนักจะออกฤทธิ์ไล่หนูได้ดีกว่าที่ความเข้มข้นของสารสกัดพริกร้อยละ 1 โดยน้ำหนัก The objective of this study was to develop lipid micro- or nano-structured containing chili extract for encapsulation and prolonged release of chili extract using as a rat repellent. The experiments composed of selecting suitable solid lipid, methodology and solid lipid: chili extract ratios for particle preparation. The particle characterization were performed such as particle size analysis by Particle Size Analyzer (ZetaPALS), solid lipid crystallization by Polarized Light Microscopy (PLM), and Volatile Organic Compounds (VOC) analysis using Head Space Solid Phase Micro Extraction (HS-SPME) and Gas Chromatography- Mass Spectroscopy (GC-MS). The results revealed that GMS and Stearic acid could be used for preparing lipid particles. GMS: chili extract at ratio of 5:5 produced highest entrapment efficiency at capsaicin entrapment of 32.49 1.73 % w/w and dihydrocapsaicin entrapment of 32.58 1.84 %w/w, while Stearic acid: chili extract at ratio of 4:6 produced highest entrapment efficiency at capsaicin entrapment of 49.17 4.67 % w/w and dihydrocapsaicin entrapment of 78.69 4.35 %w/w, respectively. The observation of lipid crystallization under PLM showed that formulation containing Stearic acid generated more crystallization than GMS. Moreover, dispersion of lipid particles in 5 %w/w of HPMC reduced crystallization in both Stearic acid and GMS where Stearic acid formulation did not show crystallization after 3 months. Therefore, the formulation containing Stearic acid: chili extract at the ratio of 4:6 dispersed in 5 %w/w of HPMC was selected for rat repellent efficiency testing. The VOC results of chili extract and formulations showed that Benzofuranone could be the compound responsible for rat repellent property. The rat repellent efficiency containing 3 %w/w of chili extract, particle containing equivalent of 3 %w/w and 1 %w/w of chili extract showed excellent rat repellent efficiency at the beginning and still effective after 2 weeks, but significantly less effective than at the beginning. Every formulations revealed more efficacies in small rodent such as mouse than in rat and the formulations containing 3 %w/w of chili extract appeared to be more effective than 1 %w/w of chili extract. |
| บรรณานุกรม | : |
ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล . (2556). การพัฒนาตำรับเอ็นแคปซูเลชั่นของสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันและการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ล่าหนู.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล . 2556. "การพัฒนาตำรับเอ็นแคปซูเลชั่นของสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันและการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ล่าหนู".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล . "การพัฒนาตำรับเอ็นแคปซูเลชั่นของสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันและการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ล่าหนู."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล . การพัฒนาตำรับเอ็นแคปซูเลชั่นของสารสกัดพริกในอนุภาคไขมันและการทดสอบประสิทธิภาพในการไล่ล่าหนู. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
