| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบทางกายภาพของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีต่อพื้นที่โดยรอบ |
| นักวิจัย | : | สุทธินี สาระสันต์ |
| คำค้น | : | สวนอุตสาหกรรมโรจนะ -- การเจริญเติบโต , นิคมอุตสาหกรรม -- การเจริญเติบโต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศักดิ์ชัย คิรินทร์ภาณุ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18743 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของสวนอุตสาหกรรมโรจนะและพื้นที่โดยรอบ รวมทั้งศึกษาผลกระทบของการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่โดยรอบสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะและพื้นที่โดยรอบเพื่อรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมในอนาคต วิธีการศึกษาประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลแผนที่จากแผนที่ Digital ภาพถ่ายทางอากาศ การสำรวจทางกายภาพบริเวณพื้นที่ศึกษา และการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 ชุด โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่าง เพื่อทำการแบ่งประชากรที่จะทำการศึกษาออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ศึกษา จำนวน 200 ชุด, พนักงานโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 170 ชุด, ผู้ประกอบการโรงงานในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 30 ชุด ผลจากการศึกษาพบว่า พื้นที่ศึกษา ได้แก่ ตำบลคลองสวนพลู ตำบลไผ่ลิง ตำบลธนู เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการขยายตัวของประชากรสูง อีกทั้งมีทางหลวงหมายเลข 309 ตัดผ่าน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองมีทิศทางการขยายตัวมาบริเวณดังกล่าว โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ก่อนปีพ.ศ.2532 จากนโยบายที่ต้องการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ส่งผลให้บทบาททางด้านอุตสาหกรรมเข้าสู่พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงส่งผลให้สวนอุตสาหกรรมโรจนะก่อตั้งขึ้นที่ตำบลคานหามเพื่อตอบรับกับนโยบายของรัฐบาลและรองรับการขยายตัวของเมือง ทั้งนี้ ในช่วง พ.ศ.2531-2541 (เฟส 1-4) เป็นช่วงแรกของการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จากการขยายพื้นที่ของสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งมีพื้นที่ 2,705 ไร่ มีโรงงาน 129 โรงงาน จำนวนแรงงาน 74,556 คน ส่งผลให้แรงงานเข้ามาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณตำบลคลองสวนพลู ตำบลไผ่ลิง ตำบลธนู จนมีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการค้าและอยู่อาศัยอย่างเต็มที่โดยมีการขยายตัวไปทางด้านตะวันออกจนจรดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ต่อมาในช่วง พ.ศ.2541-2545 (เฟส 5-6) สวนอุตสาหกรรมโรจนะมีการขยายตัว มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 11,135 ไร่ มีโรงงาน 223 โรงงาน ส่งผลให้มีจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 98,462 คน จึงส่งผลให้มีชุมชนเกิดการขยายตัวโดยรอบสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จากการขยายตัวของสวนอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความเจริญตามแนวทางหลวงหมายเลข 309 และส่งผลกระทบให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงและอาคารมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมีการเพิ่มขึ้นของพาณิชกรรมบริเวณริมถนนโดยมีลักษณะเป็นอาคารที่มีความสูง 4 ชั้นขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่ให้บริการในชีวิตประจำวันและสถานบันเทิง และมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นโดยมีลักษณะเป็นอาคารสูงอันได้แก่ หอพัก และอพาร์ทเมนต์เพื่อรองรับแรงงานของสวนอุตสาหกรรมโรจนะ การก่อตั้งสวนอุตสาหกรรมโรจนะมีการดำเนินการประสบความสำเร็จมาโดยตลอดจึงได้มีการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมโรจนะ2 เป็นเฟสที่ 7 ที่ตำบลบ้านช้าง บริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3056 ฝั่งตะวันตก (ทางไปอำเภอวังน้อย) ซึ่งจะมีแนวโน้มทำให้พื้นที่ขยายตัวต่อไปในอนาคต ฉะนั้นจึงต้องมีแนวทางการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับ โดยเสนอให้มีการกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนา ควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินและการควบคุมความหนาแน่นของอาคาร FAR ,BCR และ OSR เพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาของอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยทำให้พื้นที่บริเวณนี้ไม่เกิดความแออัด โดยมีพื้นที่ว่างที่เหมาะสม ตลอดจนมีความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น ด้วยการวางแผนพัฒนาพื้นที่เฉพาะเพื่อรองรับกับจำนวนพนักงานโรงงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวของการใช้ที่ดินตามยถากรรม และเพื่อที่จะสามารถกำหนดทิศทางการเจริญเติบโตของชุมชนได้อย่างเหมาะสม |
| บรรณานุกรม | : |
สุทธินี สาระสันต์ . (2552). ผลกระทบทางกายภาพของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีต่อพื้นที่โดยรอบ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุทธินี สาระสันต์ . 2552. "ผลกระทบทางกายภาพของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีต่อพื้นที่โดยรอบ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุทธินี สาระสันต์ . "ผลกระทบทางกายภาพของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีต่อพื้นที่โดยรอบ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. สุทธินี สาระสันต์ . ผลกระทบทางกายภาพของสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่มีต่อพื้นที่โดยรอบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
