| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส |
| นักวิจัย | : | สะสือรี วาลี |
| คำค้น | : | การจัดการศึกษา , การมีส่วนร่วม , จังหวัดนราธิวาส , ชุนชนบ้านบือราแง , ตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ , ตำบลลูโบ๊ะบายะ , นักเรียน , ผู้ปกครอง , องค์การบริหารส่วนตำบล , อำเภอยี่งอ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG52S0031 , http://research.trf.or.th/node/8207 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการ “แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุมชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัด นราธิวาส” กำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยไว้ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุปัญหาการ ขาดเรียนของเด็กนักเรียนตาดีกาอัล – ฟาลาฮฺ บ้านบือราแง อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส โดยการ วิเคราะห์ร่วมกันของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง ครูตาดีกา และคณะกรรมการบริหารตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺ 2) เพื่อศึกษากระบวนการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการจัดการศึกษาของตาดีกาอัล – ฟาลาฮฺ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด คณะกรรมการบริหาร ตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺ ครูตาดีกา องค์การบริหารส่วนตำบล และชุมชนบ้านบือรา แง อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส 3) เพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษาและสร้างแรงจูงใจให้เด็กขยัน มาเรียนของตาดีกาอัล – ฟาลาฮฺ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด คณะกรรมการบริหาร ตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺ ครูตาดีกา องค์การ บริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส กระบวนการวิจัย จะใช้การประชุมคณะทำงาน (ซูรอ) เป็นกลไกในการออกแบบแผนงาน การเก็บข้อมูลและการจัดกิจกรรมเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัยที่กำหนดไว้ สำรวจข้อมูลสาเหตุ การขาดเรียนของนักเรียนตาดีกาอัลฟาลาหฺโดยการศึกษาข้อมูลย้อนหลังสองเดือน ใช้แบบสัมภาษณ์ เด็กและผู้ปกครองของเด็กบางส่วน รวมทั้งสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน สังเกต บรรยากาศ สภาพการณ์ที่แท้จริงของท้องถิ่น ความเป็นอยู่ของเด็ก สภาพแวดล้อมรอบๆ ตาดีกา สิ่งอำนวยความสะดวก นำคณะทีมวิจัย คณะกรรมการบริหารตาดีกา อุสตาซฺ อุสตาซะฮฺ ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนตาดีกาอัลฟาลาหฺไปศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาตาดีกา มัสยิดกลาง อำเภอสายบุรี จังหวัด ปัตตานี สัมภาษณ์คณะทำงาน เด็ก และผู้ปกครองของเด็กบางส่วน เกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับการศึกษา ดูงานในระยะเวลาของการเข้าร่วมทั้งในช่วงเวลารับประทานอาหาร ขณะร่วมเดินทางบนรถ รวมทั้ง สังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งผู้ปกครอง เด็ก และคณะทำงาน ศึกษาระบบการ บริหารของตาดีกาตะลุบัน พร้อมทั้งสำรวจเกี่ยวกับประเด็นการขาดเรียนของตาดีกา ดูสถานที่ สำนักงาน เป็นต้น จัดกิจกรรม “ค่ายตาดีกาภาคฤดูร้อน” สัมภาษณ์รวมทั้งสังเกตพฤติกรรม คณะทำงาน เด็ก และผู้ปกครองของเด็กบางส่วน จัดกิจกรรม “สร้างสรรค์การศึกษาตาดีกาเพื่อสังคม คุณธรรม” ให้ความรู้กับการดำเนินการนั้นทำให้ชุมชนและครอบครัวรู้ถึงความสำคัญของการมี ส่วนร่วมในกิจกรรมและการศึกษาของตาดีกา ความสำ คัญของเด็กและเยาวชน และเพิ่ม ความตระหนักในการดูแลลูกๆ ให้ถูกต้องตามหลักอิสลามซึ่งเป็นความรับผิดชอบต่ออัลลอฮฺที่บรรดา บิดาและมารดานั้นจะต้องตอบอัลลอฮฺในวันปรโลก และจัดเวทีนำเสนอผลการวิจัยตลอดทั้งโครงการ ผลการวิจัย พบว่า สาเหตุการขาดเรียนของนักเรียนตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺมากที่สุด คือ ชุมชน ไม่ให้ความสำคัญกับโรงเรียนตาดีกาโดยเฉพาะผู้ปกครองไม่ค่อยให้ความตระหนักเกี่ยวกับการเรียน การสอนของลูก ไม่ค่อยมีความจริงจังในการบังคับเด็กๆ ให้มาเรียน เน้นการเรียนในด้านสามัญ โดยผู้ปกครองจะบังคับเด็กๆ ให้ไปโรงเรียนประถม ในขณะตาดีกาจะไม่เป็นเช่นนั้น คิดเป็น ร้อยละเท่ากับ 60 สาเหตุการขาดเรียนของนักเรียนตาดีกาอัล-ฟาลาฮฺรองลงมา คือ ขาดกิจกรรม ที่กระตุ้นและแรงจูงใจเด็ก เช่น สื่อ เทคนิค การแข่งขัน การท่องเที่ยว เป็นต้น เนื่องจากการเรียนของ อุสตาซฺและอุสตาซะห์ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับพันธกิจ วิสัยทัศน์ และขาดเป้าหมายในการนำพาเด็ก นักเรียนทำให้การเรียนการสอนเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งกระบวนการบริหารยังไม่ เข้มแข็ง คิดเป็นร้อยละ 35 สำหรับสาเหตุอื่นๆ นั้น เด็กไม่ให้ความสนในการเรียนตาดีกา(ศาสนา) เนื่องจากวันเสาร์ – อาทิตย์ มีละครกับจักรๆ วงศ์ๆ สิ่งเป็นสิ่งที่เด็กให้ความสนใจมากกว่า คิดเป็น ร้อยละเท่ากับ 5 สิ่งแวดล้อมไม่อำนวย เช่น ในช่วงฤดูแล้งที่มัสยิดไม่มีน้ำเพื่อให้บรรดาเด็กๆ เหล่านั้น สามารถปฏิบัติจากการที่ได้เรียนมา เช่น การละหมาดและการอาบน้ำละหมาด ทำให้ไม่สามารถใช้ ระเบียบในกำหนดให้เด็กที่มาเรียนแล้วต้องพยายามให้ละหมาดที่มัสยิด ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งให้เด็ก เกิดความรักความผูกพันกับมัสยิดและสถาบันตาดีกา กระบวนการส่งเสริมการจัดการศึกษาของตาดีกาอัล – ฟาลาฮฺ โดยกระบวนการมีส่วนร่วม ได้แก่ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาตาดีกา มัสยิดกลางอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นศูนย์ตาดีกาที่มี พันธกิจ วิสัยทัศน์ เป้าหมายที่ชัดเจน ระบบบริหารจัดการที่ดี มีการติดตามเด็กนักเรียนที่ขาดเรียน อย่างเป็นระบบ เมื่อเด็กขาดเรียน 2 ครั้งติดต่อกัน จะแจ้งหนังสือยังผู้ปกครอง หากไม่เกิดผลก็จะเชิญ ผู้ปกครองมาพูดคุยกัน และหากยังไม่สามารถแก่ปัญหาดังกล่าวได้จำเป็นต้องเรียนเชิญเด็กดังกล่าว เพื่อศึกษาศูนย์ศึกษาอื่น ค่ายตาดีกาภาคฤดูร้อน ณ โรงเรียนบ้านปาลอบาต๊ะ เด็กนักเรียนช่วยกันคิด เกี่ยวกับโรงเรียนตาดีกาในฝัน ชุมชนในฝันของเด็กๆ และสิ่งที่เด็กไม่อยากให้เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งผล ที่เด็กเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เช่น ไม่อยากให้ยาเสพติดมีในชุมชน อยากให้ผู้ปกครองให้ความอบอุ่น มากขึ้น อยากให้ผู้ปกครองมาละหมาดที่มัสยิด กิจกรรม “สร้างสรรค์การศึกษาตาดีกาเพื่อสังคม คุณธรรม” ทำให้ชุมชนและครอบครัวรู้ถึงความสำคัญของมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการศึกษาของ ตาดีกา ความสำคัญของเด็กและเยาวชน อิสลามให้ความสำคัญตั้งกระบวนการสร้างครอบครัว การเลือกสามีภรรยา และมิติของอิสลามบิดามารดา คือครูคนแรกที่สามารถบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณค่า สภาพการณ์ของสังคมมุสลิมชุมชนบ้านบือราแง ในอดีตนั้นประชาชนจะมีส่วนร่วมในสร้าง อาคารมัสยิดและอาคารศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด ต่อมาเมื่อรัฐได้มีนโยบายให้การสนับสนุน งบประมาณทั้งในส่วนของค่าตอบแทนของอุสตาซฺและงบประมาณในการบริหารสำหรับอิหม่ามแล้ว ทำให้ทัศนคติของประชาชนเปลี่ยนแปลง จนกระทั้งในปัจจุบันนั้นไม่สามารถจะของบประมาณจาก ประชาชนได้อีก ทั้งๆ ที่งบประมาณเหล่านั้นมีไม่เพียงพอกับความจำเป็น กระบวนการเรียนการสอน ขาดแรงจูงใจที่ดี เนื่องจากระบบการเรียนการสอนยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม คือ อุสตาซฺอ่านแล้วให้เด็ก อ่านตามหรือให้เด็กคัดลายมือ เนื่องจากบรรดาอุสตาซฺนั้น ส่วนใหญ่จะมีการศึกษามัธยมศึกษา ตอนปลาย และสำเร็จการศึกษาศาสนาในระดับชั้นมุตะวัสสิฏ (ชั้น 5–7) อีกทั้งยังไม่มีประสบการณ์ เพียงพอในการพัฒนาการเรียนการสอน และบางครั้งผู้สอนเองไม่สามารถเป็นแบบอย่างให้กับเด็กได้ เช่น การละหมาดญะมาอะฮฺที่มัสยิด การแต่งกายที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่าง อุสตาซฺเพศชายกับอุสตาซฺเพศหญิงตามกรอบของอิสลาม ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดมีคณะ กรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วย อิหม่ามมัสยิดเป็นประธานโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการ แต่งตั้งจากคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดจำนวนไม่น้อยกว่า 6 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ซึ่งมีผู้แทน ครูผู้สอน 1 คน ดังนั้น สามารถสังเกตได้ว่า โครงสร้างทางการบริหารที่วางไว้นั้น ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากอิหม่ามเป็นผู้นำที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนและชุมชน และเป็นบุคคลที่ได้รับความ ไว้วางใจและเชื่อถือที่ดีกว่าผู้นำท้องถิ่นประเภทอื่นๆ การบริหารจัดการศูนย์ฯ ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และงบประมาณ แต่สำหรับชุมชนบ้านบือราแงนั้น ผู้นำและคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ สำเร็จการศึกษาทั้งในด้านศาสนาและสามัญค่อนข้างต่ำ เพียงอาศัยประสบการณ์มาใช้ในการบริหาร ไม่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการที่ดีได้ สำหรับมิติของงบประมาณนั้นทางศูนย์ไม่มีการวางแผน งบประมาณสำหรับการบริหารจัดการ อีกทั้งไม่มีกระบวนการในการหางบประมาณเพื่อการพัฒนาเป็น กองทุนศูนย์ตาดีกาหรือเป็นกองทุนหมุนเวียนหรือกองทุนวากัฟที่จะทำให้ศูนย์ตาดีกาสามารถ พึ่งตนเองได้ ทำให้ปัจจุบันมีลักษณะเพียงแค่การของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลและ จากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น - |
| บรรณานุกรม | : |
สะสือรี วาลี . (2556). แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สะสือรี วาลี . 2556. "แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สะสือรี วาลี . "แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. สะสือรี วาลี . แนวทางการจัดการศึกษาตาดีกาอัล - ฟาลาฮฺ โดยการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบล และชุนชนบ้านบือราแง ตำบลลูโบ๊ะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
