| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมในพุทธปรัชญา และปรัชญาภควัทคีตา |
| นักวิจัย | : | สุขสันต์ จันทะโชโต |
| คำค้น | : | จริยศาสตร์ , พุทธปรัชญา , ปรัชญาฮินดู , ปรัชญาเปรียบเทียบ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปรีชา ช้างขวัญยืน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2528 |
| อ้างอิง | : | 9745648582 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18981 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528 จุดมุ่งหมายของการศึกษาวิเคราะห์เรื่องนี้ เพื่อเรียนรู้ทัศนะเกี่ยวกับเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมซึ่งเป็นคำสอนประการหนึ่งของพุทธปรัชญาและปรัชญาภควัทคีตา และเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความคล้ายคลึงกันหรือความแตกต่างกันของคำสอนดังกล่าวในปรัชญาทั้งสองระบบ เนื่องจากปรัชญาทั้งสองระบบมีแนวความคิดทางอภิปรัชญาที่แตกต่างกันจึงมีเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมที่แตกต่างกันในรายละเอียด ส่วนในทัศนะเกี่ยวกับลักษณะของผู้ทำดีหรือชั่วนั้นมีความคล้ายคลึงกัน รวมทั้งปรัชญาทั้งสองระบบเห็นพ้องต้องกันว่า การพัฒนาด้านจิตใจของมนุษย์ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนทางจริยธรรมที่ปรากฏในคัมภีร์ทางศาสนาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างสูง คำสอนเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมนี้เป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู แต่ทั้งพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูก็มีแนวความคิดในเรื่องเกณฑ์ตัดสินความดีและความชั่วของบุคคลที่แตกต่างกันโดยมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง วิทยานิพนธ์นี้ได้ศึกษาเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมดังกล่าวเพื่อให้เข้าใจคำสอนทางจริยธรรมในปรัชญาอินเดียทั้งสองระบบอย่างลึกซึ้ง พุทธปรัชญาและปรัชญาภควัทคีตา เน้นเรื่องการควบคุมจิตใจตนเองเป็นส่วนสำคัญที่สุดเพราะถือว่าเป็นสาเหตุของการกล่าววาจาและการกระทำซึ่งมีผลทำให้คนแต่ละคนเป็นคนดี รู้จักบังคับตนเองไม่ให้ทำชั่ว ซึ่งหากทำผิดไปโดยไม่ตั้งใจก็จะเต็มใจแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นด้วยตนเอง คำสอนทางจริยธรรมจึงมีคุณค่าแก่มนุษย์ในแง่ที่ว่าสามารถนำมาใช้เป็นหลักในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ด้วยการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน พุทธปรัชญาและปรัชญาภควัทคีตาสอนตรงกันว่า ผู้ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว แต่ในเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำว่า ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นการทำดีและทำอย่างไรจึงเรียกว่าเป็นการทำชั่วนั้นมีทัศนะสอดคล้องกันบางส่วนและแตกต่างกันในบางส่วน เช่นในเรื่องการฆ่าโดยมีเจตนาหรือมีการไตร่ตรองล่วงหน้าซึ่งพุทธปรัชญาถือว่าเป็นบาปในทุกกรณี แต่ปรัชญาภควัทคีตาถือว่าถ้าเป็นการมุ่งกระทำเพื่อคนส่วนใหญ่โดยทำเพราะเป็นหน้าที่ มีเจตนาจำนงที่จะรักษาความยุติธรรมไว้ และทำด้วยความภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าก็ไม่บาป ซึ่งในจุดนี้ภควัทคีตามีหลักการที่คล้ายคลึงกับพุทธปรัชญาอยู่บ้าง แต่แตกต่างกันในแง่ที่พุทธปรัชญาไม่ยอมรับความมีอยู่ของพระเจ้าพุทธปรัชญาสอนว่า กฎแห่งกรรมเป็นกฎที่มีอยู่อย่างอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า แต่ปรัชญาภควัทคีตาถือว่า กฎแห่งกรรมเป็นกฎที่กำหนดขึ้นโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จึงเป็นที่มาหรือต้นกำเนิดของกฎแห่งกรรม พระองค์มีอำนาจเหนือกฎแห่งกรรมซึ่งมีผลต่อมนุษย์และทรงเป็นผู้ควบคุมให้กฎนี้ส่งผลต่อมนุษย์ตามความปรารถนาของพระองค์ จักรวาลและมนุษย์เกิดจากพรหมันและอำนาจดลบันดาลของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นมนุษย์นอกจากจะมีชะตากรรมที่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเองแล้วยังขึ้นอยู่กับความปรารถนาของพระองค์อีกด้วย และเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมแม้จะเน้นหลักเจตนาของผู้กระทำ เช่น เดียวกับพุทธปรัชญาแต่ในปรัชญาภควัทคีตา เกณฑ์ตัดสินนี้มีความเกี่ยวโยงกับพระผู้เป็นเจ้าอย่างใกล้ชิด |
| บรรณานุกรม | : |
สุขสันต์ จันทะโชโต . (2528). การศึกษาเปรียบเทียบเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมในพุทธปรัชญา และปรัชญาภควัทคีตา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุขสันต์ จันทะโชโต . 2528. "การศึกษาเปรียบเทียบเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมในพุทธปรัชญา และปรัชญาภควัทคีตา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุขสันต์ จันทะโชโต . "การศึกษาเปรียบเทียบเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมในพุทธปรัชญา และปรัชญาภควัทคีตา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528. Print. สุขสันต์ จันทะโชโต . การศึกษาเปรียบเทียบเกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมในพุทธปรัชญา และปรัชญาภควัทคีตา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2528.
|
