ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
นักวิจัย : ทิพยวดี รักขนาม
คำค้น : กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไพฑูรย์ คงสมบูรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2522
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18539
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522

นิติกรรมเป็นเรื่องที่กฎหมายต้องการจะบังคับให้เป็นไปตามเจตนาของบุคคลซึ่งเจตนาที่แท้จริงย่อมเกิดขึ้นในใจก่อน จึงจะมีการแสดงออกซึ่งเจตนาที่แท้จริงนั้น วิธีแสดงเจตนาอาจแยกออกได้ดังนี้ คือการแสดงเจตนาโดยตรงหรือโดยชัดแจ้ง และการแสดงเจตนาโดยทางอ้อมหรือโดยปริยาย นอกจากนี้ในบางกรณีกฎหมายได้บัญญัติให้ถือการนิ่งเป็นการแสดงเจตนาโดยปริยายด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทยได้บัญญัติถึงหลักกฎหมายว่าด้วยเจตนาในการทำนิติกรรมโดยสำคัญผิด และผลของการสำคัญผิดไว้แตกต่างกันแล้วแต่ว่าเป็นความสำคัญผิดในสิ่งใด หากเป็นความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ผลตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๑๙ แต่ถ้าหากเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ ผลแต่เพียงเป็นโมฆียะ ตามมาตรา ๑๒๐ เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ จึงต้องศึกษาให้ทราบแน่ชัดว่า เมื่อใดถึงจะอยู่ในบังคับ มาตรา ๑๑๙ และเมื่อใดถึงจะต้องด้วยมาตรา ๑๒๐ นอกจากนี้ถ้อยคำที่ใช้ในบทบัญญัติดังกล่าวก็ต้องวิเคราะห์กันอย่างถี่ถ้วนจึงจะเข้าใจขอบเขตที่แท้จริงได้ โดยเฉพาะคำว่า “ สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม” ในมาตรา ๑๑๙ และคำว่า “ คุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์” ในมาตรา ๑๒๐ เนื่องจากกฎหมายมิได้บัญญัติแยกแยะไว้ว่า อะไรคือ “สิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม” แต่นักกฎหมายได้วิเคราะห์ออกมาและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามี ๓ ประการคือตัวบุคคล ลักษณะของนิติกรรม ตัววัตถุทรัพย์สิน ส่วนคำว่า “คุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์” เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเจตนาของคู่สัญญาเป็นสำคัญว่า ยึดถือสิ่งใดเป็นคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ ที่นับว่าเป็นสาระสำคัญก็ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป ผลของการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดย่อมทำให้เจตนาที่แสดงออกมาไม่สมบูรณ์เสื่อมเสียไป กรณีตามมาตรา ๑๑๙ เกี่ยวกับความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ผลในกฎหมายทำให้นิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปเลย ไม่มีผลในกฎหมายที่จะเรียกร้องบังคับกันได้ ซึ่งเป็นความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมนั้น บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้ไม่มีกำหนดเวลา แม้ว่าจะเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้วก็ตาม ส่วนกรณีมาตรา ๑๒๐ เกี่ยวกับการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ ซึ่งโดยปกตินับว่าเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมนี้ นิติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นเพียงโมฆียะจะสมบูรณ์อยู่จนกว่าจะมีการบอกล้าง และเมื่อบอกล้างแล้วกฎหมายให้ถือว่าเป็นโมฆะมากแต่เริ่มแรก แต่ถ้าผู้มีสิทธิไม่ใช้สทธิบอกล้างภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ในนิติกรรมนั้นจะสมบูรณ์ มีผลบังคับตลอดไป ถ้าผู้มีสิทธิบอกล้างยอมสละสิทธิบอกล้างก็ย่อมทำได้โดยการให้สัตยาบัน นิติกรรมใดที่เป็นโมฆียะ เมื่อให้สัตยาบันแล้ว ในเวลาต่อไปผู้มีสิทธิบอกล้างนั้น หรือคนอื่นจะให้สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นอีกไม่ได้ เพราะถือว่านิติกรรมนั้นสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก การสำคัญผิดเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนถึงการแสดงเจตนาด้วยความสมัครใจเจตนาแท้จริงของบุคคลใดก็ต้องแล้วแต่บุคคลนั้น ฉะนั้น จึงต้องเอาความรู้สึกนึกคิดของคนที่มีเพศ อายุ ฐานะ อนามัย และนิสัยใจคอของเจ้าทุกข์ ตลอดจนพฤติการณ์อื่นๆ ที่มีลักษณะเช่นเดียวกันมาวัดคนเช่นนี้จะสำคัญผิดหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลใกล้ความจริงที่สุดว่า เขาผู้นั้นได้สำคัญผิดหรือไม่ อย่างไร และเพื่อคุ้มครองบุคคลผู้มีส่วนได้เสียตามเจตนารมย์ และต้องตามหลักกฎหมายว่าด้วยความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตนาอย่างแท้จริง

บรรณานุกรม :
ทิพยวดี รักขนาม . (2522). ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิพยวดี รักขนาม . 2522. "ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิพยวดี รักขนาม . "ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print.
ทิพยวดี รักขนาม . ความสำคัญผิดในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.