| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในพื้นที่นำร่อง บ้านขุนสมุทรจีน บริเวณอ่าวไทยตอนบน |
| นักวิจัย | : | ปราโมทย์ โศจิศุภร |
| คำค้น | : | Khun Samut Chin 49A2 , Sediment Accumulation , Upper Gulf of Thailand , Wave energy reduction , การลดพลังงานคลื่น , การสะสมของตะกอนท้องน้ำ , ขุนสมุทรจีน 49A2 , อ่าวไทย ตอนบน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5230023 , http://research.trf.or.th/node/8118 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วย โครงสร้าง “ขุนสมุทรจีน 49A2” ในพื้นที่นำร่องที่บ้านขุนสมุทรจีน จังหวัดสมุทรปราการ โดยการ วิเคราะห์การลดพลังงานคลื่น ที่เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งและอัตราการสะสมตะกอนท้องน้ำบริเวณด้านหลัง แนวเขื่อนกันคลื่น และศึกษาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในอ่าวไทย ตอนบนฝั่งตะวันตก โดยมีสมมุติฐานว่าเขื่อนสลายกำลังคลื่นช่วยสลายพลังงานคลื่นและทำให้เกิดการ สะสมของตะกอนด้านหลังเขื่อน ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาระหว่างปี พ.ศ. 2549 – 2553 พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทิศทางลม ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการสร้างเขื่อนสลายกำลังคลื่นค่อนข้างชัดเจน ในช่วงดังกล่าวไม่มีพายุเคลื่อนผ่านเข้ามาในพื้นที่ศึกษาจึงไม่เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเนื่องจากพายุ เขื่อนจะมีประสิทธิภาพในสลายกำลังคลื่นได้ดีที่สุดเมื่อคลื่นมีความสูง 0.3-0.5 เมตร และเคลื่อนที่มา จากทิศใต้ โดยสามารถลดพลังงานศักย์คลื่นได้มากที่สุดราว 50 เปอร์เซ็นต์ ตะกอนเกิดการสะสมตัว บริเวณหลังเขื่อนเฉลี่ยเดือนละ 1-3 เซนติเมตร แต่เมื่อระดับตะกอนเพิ่มขึ้นถึงระดับ 20-30 เซนติเมตรจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีก การกัดเซาะฐานรากของเสาเขื่อนสลายกำลังคลื่นอยู่ที่ ประมาณ 30-70 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าแนวเสาเข็มของเขื่อนสลายกำลังคลื่นมีเสถียรภาพสูงมาก ลักษณะการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นท้องทะเลเกิดขึ้นอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตามอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง สภาพพื้นท้องทะเลอย่างเฉียบพลันได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น เกิดพายุพัดเข้ามาในพื้นที่ หรือ น้ำท่วม เป็นต้น ขนาดอนุภาค ปริมาณ และทิศทางการเคลื่อนที่ของตะกอนเปลี่ยนแปลงตามระดับ ความลึกและเวลาซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพลังงานคลื่น ทิศทางการเคลื่อนตัวของตะกอน สุทธิไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก การประเมินการเคลื่อนตัวของตะกอนชายฝั่งโดย แบบจำลองเชิงตัวเลขในช่วงปี พ.ศ. 2549-2554 พบว่าการเคลื่อนตัวของตะกอนสุทธิไปทางทิศ ตะวันออกเข้าหาปากร่องน้ำเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ทิศทางการ เคลื่อนที่ของตะกอนเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลสอดคล้องกับการไหลสุทธิของมวลน้ำบริเวณก้นอ่าว The purpose of this project is to evaluate the effectiveness of “Khun Samut Chin 49A2” pile structure in reducing incoming wave height & energy and promoting sediment deposition behind the structure. The main hypothesis is that this structure can reduce the incoming wave energy, hence increasing the chance of sediment particle deposition. Analysis of meteorological data during 2006-2010 A.D. has shown that wind direction during the SW monsoon season has shifted toward southerly wind instead of southwesterly wind. Wind pattern during the NE monsoon season does not change from earlier study. There is no storm passing through the studied area during the study period. Analysis of significant wave height and wave energy in front of and behind the pile structure revealed that the structure is most effective when the incoming wave is about 0.3-0.5 m in height and the wave comes from the south. The structure can reduce the wave energy up to 50%. Measurement of sediment accumulation behind the pile structure has shown that sediment accumulation rate is about 1-3 cm per month. The accumulation stops once the accumulated sediment thickness is about 20-30 cm. Scouring at the base of the pile structure is found to be 30-70 cm. Base of this scouring depth, the pile structure is deemed stable (the lower end of the pile was pushed down 3-5 m below the seabed.). Depth survey of the bottom bathymetry during 2008, 2010 and 2012 reveals that the bottom depth changed very slowly. However, storm or flooding if ever happens would result in the abrupt change of the bottom topography. Measurement of suspended and bottom sediment transport has shown that particle size, amount and direction of sediment transport can change with sampling depth and with season. The net transport direction was northeastward. Estimation of suspended sediment and bed-load transport using the numerical models indicated the annual sediment transport of 30,000 m3/yr and the transport direction was eastward. |
| บรรณานุกรม | : |
ปราโมทย์ โศจิศุภร . (2556). การประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในพื้นที่นำร่อง บ้านขุนสมุทรจีน บริเวณอ่าวไทยตอนบน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปราโมทย์ โศจิศุภร . 2556. "การประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในพื้นที่นำร่อง บ้านขุนสมุทรจีน บริเวณอ่าวไทยตอนบน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปราโมทย์ โศจิศุภร . "การประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในพื้นที่นำร่อง บ้านขุนสมุทรจีน บริเวณอ่าวไทยตอนบน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. ปราโมทย์ โศจิศุภร . การประเมินประสิทธิผลของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นท้องทะเลและแนวชายฝั่งในพื้นที่นำร่อง บ้านขุนสมุทรจีน บริเวณอ่าวไทยตอนบน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
