| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบจากการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 ต่อความผิดฐานอนาจาร |
| นักวิจัย | : | ศิวดี เกิดเจริญ |
| คำค้น | : | การข่มขืน , ลามกอนาจาร , อาชญากรรมทางเพศ , กฎหมายอาญา , ความผิดทางอาญา , พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | มัทยา จิตติรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18054 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19)พ.ศ. 2550 ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราที่มีมาแต่ดั้งเดิม ทั้งนี้แต่เดิมนั้นผู้กระทำความผิดฐานข่มขืน กระทำชำเราต้องเป็นเพศชายกระทำการข่มขืนกระทำชำเราต่อเพศหญิงด้วยวิธีการตามธรรมชาติ และการกระทำจะเป็นความผิดเมื่อหญิงนั้นมิใช่ภริยาของผู้กระทำ แต่ต่อมาเมื่อได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมบทบัญญัติความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 ทำให้ผู้กระทำความผิดเเละ ผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเป็นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง และโดยผลของการตัด คำว่า “ซึ่งมิใช่ภริยาตน” ออก ทำให้สามีหรือภริยาที่บังคับขืนใจคู่สมรสของตนให้ร่วมประเวณี ด้วยอาจมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา นอกจากนี้การแก้ไขบทบัญญัติในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยการกำหนด ความหมายของ “การกระทำชำเรา” ให้ขยายขอบเขตไปเพื่อลงโทษการกระทำในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะของการกระทำความผิดฐานอนาจารมากกว่าการร่วมประเวณีนั้นจะทำให้ยากต่อการ วินิจฉัยความผิดและยังไม่น่าจะตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเพศหญิงจากการ ล่วงเกินทางเพศโดยชายโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม จะเห็นว่ากฎหมายมุ่งคุ้มครองหญิงซึ่งเป็นเพศที่ อ่อนแอกว่าและเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ และการกำหนดให้การข่มขืนกระทำชำเราระหว่างคู่สมรสเป็น ความผิดนั้นอาจมีผลกระทบต่อความสงบสุขของสถาบันครอบครัว ดังนั้นผู้เขียนเห็นว่าควรยกเลิก บทบัญญัติความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราดังกล่าว และหากรัฐต้องการคุ้มครองการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศในรูปแบบอื่นก็ควรจะบัญญัติแยกออกมาเป็นฐานความผิดใหม่เพื่อมิให้เกิด ความสับสนในการบังคับใช้กฎหมายและการตีความ นอกจากนี้หากจะมีการกำหนดให้การข่มขืน กระทำชำเราภริยาเป็นความผิดก็ควรจะมีเงื่อนไขว่าต้องได้กระทำในขณะที่แยกกันอยู่โดยความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุขหรือแยกกันอยู่โดยคำสั่ง ของศาลซึ่งเป็นเหตุอย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516 |
| บรรณานุกรม | : |
ศิวดี เกิดเจริญ . (2552). ผลกระทบจากการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 ต่อความผิดฐานอนาจาร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิวดี เกิดเจริญ . 2552. "ผลกระทบจากการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 ต่อความผิดฐานอนาจาร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิวดี เกิดเจริญ . "ผลกระทบจากการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 ต่อความผิดฐานอนาจาร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. ศิวดี เกิดเจริญ . ผลกระทบจากการบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 ต่อความผิดฐานอนาจาร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
