ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok)
นักวิจัย : ชาวิช ฉายปัญญาเลิศ
คำค้น : ที่อยู่อาศัย -- ไทย , โครงการ เท็น แบงคอค
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18033
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

แนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยโค-เฮาส์ซิ่ง เป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่สมาชิกมีเจตนารมณ์ในการอยู่อาศัยร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบการอยู่อาศัยตั้งแต่การออกแบบ มีการจัดพื้นที่ใช้สอยบางอย่างให้ใช้ร่วมกัน และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี โค-เฮาส์ซิ่ง เกิดขึ้นที่ประเทศเดนมาร์ก และขยายไปในหลายๆ ประเทศ ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ให้ความสนใจของทางภาครัฐฯ และภาคเอกชน ที่กำลังศึกษาและพัฒนาโครงการ โครงการเท็น แบงคอค ซึ่งเป็นโครงการที่มีการร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง และร่วมกันอยู่ของกลุ่มบุคคลที่เป็นสถาปนิกและเพื่อนกัน จำนวน 8 ครอบครัว สมาชิกแจ้งว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มคนชั้นกลาง ซึ่งมีความแตกต่างกันหลายด้าน เช่น รูปแบบการดำเนินชีวิต ความต้องการของที่อยู่อาศัย ฐานะทางด้านการเงิน เป็นต้น ด้วยความแตกต่างของสมาชิกในโครงการแต่สามารถพัฒนาโครงการจนแล้วเสร็จ และที่สำคัญอีกประการคือ เป็นรูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบโค-เฮาส์ซิ่ง โครงการแรกในประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด และกระบวนการดำเนินงาน โครงการเท็น แบงคอค โดยผู้วิจัยได้ทบทวนเอกสารข้อกำหนดกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับโค-เฮาส์ซิ่ง สำรวจและเก็บข้อมูล และสัมภาษณ์ ในการสัมภาษณ์แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. สมาชิกของโครงการ 2. ตัวแทนของหน่วยงานผู้ที่กำลังพัฒนาโครงการโค-เฮาส์ซิ่งอื่นๆ และ 3. นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัย ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาอุปสรรค และข้อจำกัดในการพัฒนา ได้แก่ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกการขอสินเชื่อพัฒนาโครงการไม่ผ่าน ปัญหาข้อจำกัดของกฎหมาย ปัญหารูปแบบในการขออนุญาตก่อสร้าง และปัญหาการจัดการนิติกรรมให้สมาชิกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ของตนได้ เป็นต้น ส่วนปัญหาที่มีความสำคัญที่พบอีกด้าน ในขั้นตอนกระบวนการดำเนินงานคือ ช่วงของงานก่อสร้างที่สมาชิกเลือกที่จะดำเนินงานด้านการก่อสร้างเอง พบว่าขาดประสบการณ์ในด้านบริหารงานก่อสร้าง ทั้งนี้สรุปผลภาพรวมของการดำเนินงานได้ว่า ผู้พัฒนาโครงการมีความคิดสร้างสรรค์ และมุ่งมั่นนำประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชนที่ดีมาใช้ แต่ขาดประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งพบข้อจำกัดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย และสถาบันการเงินไม่เข้าใจรูปแบบการพัฒนาโครงการโค-เฮาส์ซิ่ง อย่างไรก็ตามคุณค่าในการพัฒนาโครงการที่สำคัญที่ควรนำไปใช้ต่อไปคือ การนำขั้นตอนการออกแบบมาใช้เป็นกิจกรรมหลักในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสมาชิก การนำความรู้ในการพัฒนาชุมชน และการออกแบบสถาปัตยกรรมมาใช้ในการบริหารสถานที่ก่อสร้าง และที่พักอาศัยของผู้ร่วมงานก่อสร้าง โดยคำนึงถึงการมีวิถีชีวิตที่พึ่งพากัน และส่งเสริมให้บุคลากรที่ร่วมงาน และครอบครัวสามารถพัฒนาวิถีได้อย่างสร้างสรรค์

บรรณานุกรม :
ชาวิช ฉายปัญญาเลิศ . (2552). การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชาวิช ฉายปัญญาเลิศ . 2552. "การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชาวิช ฉายปัญญาเลิศ . "การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
ชาวิช ฉายปัญญาเลิศ . การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โค-เฮาส์ซิ่ง (Co-housing) ในประเทศไทย กรณีศึกษาโครงการ เท็น แบงคอค (Ten Bangkok). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.