| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล |
| นักวิจัย | : | กัญญา สุวรรณกิจบริหาร |
| คำค้น | : | ครอบครัว , ปัญหาชีวิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เสริน ปุณณะหิตานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2522 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17964 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522 ความเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นสิ่งบั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละคน รวมตลอดไปถึงครอบครัวและชุมชน ทางร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม ประเทศชาติใดที่มีประชากรป่วยด้วยโรคเรื้อรังเป็นจำนวนมาก ย่อมมีผลกระทบกระเทือนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและความมั่นคงของประเทศนั้น ๆ ตามส่วน แม้ว่าการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังจะเป็นหน้าที่โดยตรงของแพทย์และพยาบาล แต่นักสังคมสงเคราะห์ซึ่งเป็นบุคลากรคนหนึ่งในทีมสุขภาพอนามัย ก็สามารถที่จะแบ่งภาระจากแพทย์และพยาบาล โดยให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรังและครอบครัวที่มีปัญหาด้านอื่น ๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม อารมณ์ และจิตใจ ทำให้เกิดผลดีแก่ผู้ป่วยและครอบครัวที่จะสามารถดำรงชีวิตได้โดยปกติสุขและเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป การศึกษาได้ใช้วิธีวิจัยสนาม (Field Research) โดยการสัมภาษณ์คู่สมรสของผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 150 คน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 ประเภท ประเภทละ 50 คน ดังนี้คือ ผู้ป่วยโรคทางสมองและไขสันหลัง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหืด จากการศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรังพบว่ามีดังนี้ คือ ประการที่หนึ่ง ปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่หนักที่สุดสำหรับครอบครัวระหว่างที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 88% ของผู้ตอบ (คู่สมรส) ตอบว่าค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ในปัจจุบัน และ รายการจ่ายที่มากที่สุดก็ได้แก่ค่าอาหารและยาตามลำดับ ประการที่สอง ในเรื่องของความหวังและกำลังใจ ปรากกว่าผู้ตอบส่วนใหญ่มองเห็นว่าผู้ป่วยมีความหวังว่าจะหายและมีกำลังใจดี นอกจากนั้นยังพบว่า ความแตกต่างในเรื่องเพศและการศึกษาของผู้ตอบไม่ทำให้เกิดความแตกต่างในเรื่องการมองเห็นความหวังและกำลังใจของผู้ป่วยแต่อย่างใด แต่กลับพบว่าคนอายุมากมองเห็นไปในทางที่ดีกว่าคนอายุน้อย ประการที่สาม เกี่ยวกับการปรับตัวของสมาชิกในครอบครัว พบว่าสมาชิกของครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตตามปกติถึง 76 % ส่วนที่มีผู้รายงานว่ามีปัญหานั้น ได้แก่ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้าน และปัญหาจากบุตรที่ยังไม่เข้าใจในสภาพและสถานการณ์ของผู้ป่วย ประการที่สี่ ในด้านความต้องการความช่วยเหลือ พบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้ช่วยในด้านการรักษา รองลงมาก็ได้แก่ปัญหาทางการเงิน ปัญหาที่ให้ช่วยอันดับสามก็คือ ปัญหาทางการเงินและการรักษา อันดับสี่ได้แก่ปัญหาของครอบครัว ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากบุตรหลานเป็นอันดับแรก รองลงไปได้แก่แพทย์และพยาบาล แพทย์ พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ ตามลำดับ มีผู้ที่ตอบว่ายังไม่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ 26 % ซึ่งคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาของตนเองได้ และยังไม่ต้องการรบกวนเจ้าหน้าที่ซึ่งมีงานประจำมากอยู่แล้ว |
| บรรณานุกรม | : |
กัญญา สุวรรณกิจบริหาร . (2522). การศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กัญญา สุวรรณกิจบริหาร . 2522. "การศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กัญญา สุวรรณกิจบริหาร . "การศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print. กัญญา สุวรรณกิจบริหาร . การศึกษาปัญหาทางครอบครัวของผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.
|
