| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาในการจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | จันทิมา จันทรโคลิกา |
| คำค้น | : | ภาษีการค้า |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไพจิตร โรจนวานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2521 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18182 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (บ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521 บทนำ ภาษีการค้าเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐบาลประเภทหนึ่ง แต่ก็มีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาการจัดเก็บภาษีการค้าหลายด้าน ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ เช่น ในหลักความเป็นธรรมของภาษี มีข้อวิจารณ์ว่า ภาษีการค้าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี เพราะการจัดเก็บไม่เป็นไปตามหลักความสามารถของผู้เสียภาษี ในทางปฏิบัติมีข้อวิจารณ์หลายด้านเช่นด้านความยุ่งยากของผู้ประกอบการค้าที่จะต้องรู้ว่าตนเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทใด หรือมิใช่เป็นผู้ประกอบการค้าตามความหมายในประมวลรัษฎากร ด้านการคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เป็นเหตุให้มีการเสียภาษีผิดอัตราขึ้นจุดมุ่งหมาย จุดมุ่งหมายของการศึกษาเรื่องนี้มีอยู่สามประการคือ.- ก. เพื่อศึกษาความเป็นมาของภาษีการค้าในประเทศไทยว่า มีวิวัฒนาการจัดเก็บมาอย่างไร ข. เพื่อศึกษาความเป็นธรรมของภาษี และผลในทางเศรษฐกิจของภาษีการค้า ค. เพื่อศึกษาปัญหาข้ออุปสรรคของภาษีการค้าในประเทศไทยในด้านต่างๆ โดยแยกออกเป็น 1. ด้านบทบัญญัติประมวลรัษฎากร 2. ด้านผู้ประกอบการค้า 3. ด้านการบริหารจัดเก็บเนื้อความโดยย่อของการศึกษา ในวิทยานิพนธ์นี้ ได้แบ่งออกเป็น 8 บท ได้แยกการศึกษาออกเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้.- ในบทที่ 1 เกี่ยวกับบทนำ เพื่อเน้นให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการศึกษาปัญหา และวิธีการที่จะศึกษาวิจัย ในบทที่ 2 เรื่องหลักการและประเภทภาษีการค้า จะกล่าวถึงภาษีการค้าว่ามีลักษณะเป็นภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภคประเภทหนึ่ง และจัดให้อยู่ในจำพวกภาษีการขายโดยจะกล่าวรวมไปถึงรูปแบบต่างๆ ของภาษีที่จัดเก็บจากการบริโภคด้วย ในบทที่ 3 จะกล่าวถึงความเป็นมาของภาษีการค้าในประเทศไทยว่า ประเทศไทยได้ใช้นโยบายการภาษีอากรมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน การจัดเก็บภาษีทางอ้อมลักษณะเดียวกับภาษีการค้าก็ได้มีมาช้านานจนถึงปี พ.ศ. 2475 จึงได้มีพระราชบัญญัติ “ภาษีการค้า” ขึ้น และต่อมาก็ได้ถูกกำหนดรวมไว้เป็นภาษีชนิดหนึ่งในประมวลรัษฎากรจนถึงทุกวันนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 50 หน้า 90 วันที่ 17 เมษายน 2476 ในบทที่ 4 เรื่องความเป็นธรรมและผลในทางเศรษฐกิจของภาษีการค้า 1. มีการวิจัยเกี่ยวกับคำวิจารณ์ที่ว่า ภาษีการค้าเป็นภาษีที่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี เพราะการจัดเก็บมิได้เป็นไปตามความสามารถในการเสีย โดยได้ทำการวิจัยด้วยวิธีการ ก) แบ่งครัวเรือนทั่วประเทศออกเป็นกลุ่มๆ ตามระดับรายได้ออกเป็น 8 กลุ่ม ข) กระจายปริมาณภาษีการค้าตามรูปแบบการใช้จ่ายของครัวเรือนเพื่อศึกษาว่า ภาระภาษีการค้าจะตกอยู่กับกลุ่มรายได้ใดมากกว่าที่สุด ค) หาอัตราการเสียภาษีการค้าที่แท้จริง ผลการวิจัยปรากฏว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุดเป็นผู้รับภาระภาษีการค้าอัตราสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนรายได้ที่ได้รับ ซึ่งเป็นข้อยืนยันคำวิจารณ์ความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีการค้าไว้อีกข้อหนึ่ง 2. ศึกษาผลในทางเศรษฐกิจของภาษีการค้า และหนทางที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ภาษีการค้าเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ก) ผลในด้านการบริโภคและการเก็บออม ข) ผลในด้านการลงทุน ค) ผลในด้านการนำสินค้าเข้า ง) ผลในด้านการกำหนดรูปแบบการบริโภค จ) ผลต่อรายได้ของรัฐบาล ง. ปัญหาในด้าน บทบัญญัติประมวลรัษฎากร ด้านผู้ประกอบการค้า และการบริหารงานการจัดเก็บภาษี ได้นำมากล่าวไว้ในบทที่ 5, 6 และ 7 สรุปและข้อเสนอแนะ จากการศึกษาความเป็นมาของภาษีการค้าในประเทศไทย และปัญหาต่างๆ ของภาษีการค้า พบว่า การจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทยมีตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน โดยได้มีการจัดเก็บรูปแบบต่างๆ กัน และมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามยุคสมัย ซึ่งเป็นการจัดเก็บจากการประกอบกิจการค้าของประชาชน และเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา การที่จะเลิกเก็บภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีการค้า และหันไปจัดเก็บภาษีทางตรงแต่เพียงอย่างเดียว รายได้ของรัฐย่อมไม่เพียงพอ ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า ภาษีการค้ายังคงเป็นภาษีทางอ้อมที่ประเทศไทยจะต้องจัดเก็บอยู่ เพื่อนำรายได้มาบริหารประเทศ แม้ว่าการจัดเก็บภาษีการค้าจะยังเป็นปัญหาต่างๆ อยู่ ดังที่ได้ทำการศึกษาถึงปัญหาเหล่านี้ เช่นปัญหาด้านความเป็นธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านบทบัญญัติประมวลรัษฎากร ด้านผู้ประกอบการค้า ด้านการบริหารจัดเก็บ และคาดว่ายังคงมีปัญหาอื่นๆ อีก ฉะนั้น เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้ผล ควรจะได้มีการดำเนินการดังนี้ ก. เพิ่มอัตราภาษีการค้าสำหรับสินค้าประเภทฟุ่มเฟือยให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และลดอัตราภาษีการค้าหรืองดเก็บภาษีการค้าจากสินค้าที่จำเป็นในการครองชีพเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีการค้ามากยิ่งขึ้น ข. เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ให้มีการยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ค 4) เพื่อเสียภาษีได้เพียงแห่งเดียว ณ สำนักงานสรรพกรอำเภอ เพื่อสะดวกต่อการควบคุมจำนานการยื่นว่า ได้มีการยื่นแบบไว้ครบถ้วนถูกต้องทุกเดือนหรือไม่ เพื่อเป็นการเร่งรัดการจัดเก็บภาษีให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้รายชื่อและเลขทะเบียนการค้าของผู้ประกอบการค้าในมือของเจ้าหน้าที่สรรพากรอำเภอต้องทันสมัยอยู่เสมอ ค. ส่งเจ้าหน้าที่ออกศึกษาควบคุมกิจการต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่หรืออกสำรวจผู้ประกอบการค้าที่ยังมิได้จดทะเบียนการค้า เพื่อเรียนรู้สภาพที่แท้จริงของกิจการหรือธุรกิจ แบบสอบรายการเสียภาษีการค้าประเภทต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ในการที่จะนำไปบริหารการจัดเก็บภาษีหรือทำการตรวจสอบภาษีต่อไป ง. นำระบบงานคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยบริหารการจัดเก็บภาษีการค้าให้มากยิ่งขึ้นกว่าการเก็บตัวเลขเพียงอย่างเดียว โดยให้ช่วยจัดเก็บรายชื่อและเลขทะเบียนการค้าของผู้ประกอบการค้าให้ทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยทำการวิเคราะห์และตรวจสอบแบบ ภ.ค. 4 เบื้องต้น รวมทั้งให้ช่วยประเมินภาษีการค้าเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการค้าที่ชำระภาษีไว้ไม่ถูกต้องด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
จันทิมา จันทรโคลิกา . (2521). ปัญหาในการจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จันทิมา จันทรโคลิกา . 2521. "ปัญหาในการจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จันทิมา จันทรโคลิกา . "ปัญหาในการจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521. Print. จันทิมา จันทรโคลิกา . ปัญหาในการจัดเก็บภาษีการค้าในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2521.
|
