ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย
นักวิจัย : กรรณิกา สุทธิประสิทธิ์
คำค้น : Chemical , hazardous waste , Local Administration , local government , management , Pollutants , Responsibilities , การปกครองท้องถิ่น , ขยะอันตราย , ของเสียอันตราย , บริหารจัดการ , มลพิษ , สารเคมี , หน้าที่ , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , อานาจ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG5330001 , http://research.trf.or.th/node/7886
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการบทบาทและอานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาบทบาทและอานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระดับต่างๆ (องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล) ในเรื่องของการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย โดยการรวบรวมและวิเคราะห์บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอานาจและการปกครองให้แก่ อปท. ในภารกิจด้านการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย รวมทั้งนาข้อมูลจากโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ในพื้นที่สระบุรี) และคาพิพากษาของศาลปกครองที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เพื่อนาไปสู่การพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวของ อปท. ที่สอดคล้องกับนโยบายหรือแนวทางของประเทศ วิธีวิจัยดาเนินการโดยการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในการดาเนินการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายอันตรายของ อปท. รวมถึงนโยบายการกระจายอานาจของรัฐ นอกจากนี้ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสุ่มสัมภาษณ์และการตอบแบบสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของ อปท. ในอาเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี บางแห่งด้วย ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขไม่ได้กาหนดขอบเขตของของเสียอันตรายหรือมูลฝอยอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้โดยชัดเจน แม้ว่าจะเป็นของเสียอันตรายที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยโรงงาน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ในอานาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทันที เนื่องจากอาจมีปัญหาความทับซ้อนในเรื่องของของเสียอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายประการหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่มีบุคลากรไม่เพียงพอต่อภารกิจที่ได้รับการ 1 ปริญญาเอกสาขากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยมงปลิเย ประเทศฝรั่งเศส พ.ศ. 2551, พนักงานคดีปกครองชานาญการ สานักวิจัยและวิชาการ สานักงานศาลปกครอง 2 นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขากฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ. 2544, พนักงานคดีปกครองชานาญการพิเศษ สานักวิจัยและวิชาการ สานักงานศาลปกครอง 3 เนติบัณฑิตเยอรมันขั้นที่ 1 มหาวิทยาลัย Hannover ประเทศเยอรมนี พ.ศ. 2551, พนักงานคดีปกครองปฏิบัติการ สานักวิจัยและวิชาการ สานักงานศาลปกครอง โครงการบทบาทและอานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายถ่ายโอนมาให้ รวมถึงขาดบุคลากรที่มีความรู้ความชานาญในภารกิจเฉพาะด้าน และงบประมาณไม่เพียงพอต่อการดาเนินงาน ข้อเสนอแนะจากการศึกษา เสนอว่าควรสนับสนุนให้มีการจัดทาร่างกฎหมายหรือประมวลกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายต่อไป และควรผลักดันให้มีการดาเนินการการกระจายอานาจอย่างเป็นรูปธรรมโดยการเร่งถ่ายโอนบุคลากรและงบประมาณที่เหมาะสมต่อภารกิจให้แก่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สุดท้าย ควรส่งเสริมให้มีการศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งใช้ต้นทุนที่เหมาะสมอันสามารถนามาใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าวในระดับพื้นที่หรือท้องถิ่นต่อไป

บรรณานุกรม :
กรรณิกา สุทธิประสิทธิ์ . (2556). บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กรรณิกา สุทธิประสิทธิ์ . 2556. "บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กรรณิกา สุทธิประสิทธิ์ . "บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
กรรณิกา สุทธิประสิทธิ์ . บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.