| ชื่อเรื่อง | : | ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส |
| นักวิจัย | : | เดชา อาซ้าย |
| คำค้น | : | การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ , จังหวัดนราธิวาส , ตำบลไพรวัน , นากใหญ่จมูกขน , บ้านกูจำ , ป่าพรุ , พฤติกรรม , ระบบนิเวศน์ , วิถีชีวิตของชาวบ้าน , อำเภอตากใบ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG52L0008 , http://research.trf.or.th/node/7873 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการวิจัยเรื่อง “ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน เพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส” มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรม วงจรชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างนากใหญ่จมูกขนกับระบบนิเวศป่าพรุโต๊ะแดง 2) เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์ นากใหญ่จมูกขนเพื่อจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ ป่าพรุโต๊ะแดง กระบวนการวิจัย มุ่งเน้นประเด็นการศึกษาถึงพฤติกรรม วงจรชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง นากใหญ่จมูกขนกับระบบนิเวศป่าพรุสิรินธรเป็นประเด็นแรก ก่อนที่จะเชื่อมโยงไปสู่การอนุรักษ์ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้น วิธีการวิจัยจะเป็นการสังเกตการณ์ แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Observation) เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลการใช้ชีวิตของนากใหญ่ จมูกขน การเก็บหลักฐานเชิงประจักษ์(Evidence Research) อันบ่งชี้ถึงแบบแผนการดำรงชีพของ นากใหญ่จมูกขน การศึกษาบริบทแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร (Environmental and Food Chain) ที่เชื่อมโยงไปถึงถิ่นอาศัย ถิ่นหากิน และรังนอน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการรักษาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็น ถิ่นฐานของนากใหญ่จมูกขน ผลการวิจัย พบว่า นากใหญ่จมูกขน (Hairy nosed Otter) ชื่อวิทยาศาสตร์Lutra sumatrana หรือชื่อท้องถิ่นว่า นากทองแดง นากหัวปลาดุก นากตุหงัน นากหนวด หมูน้ำ จัดเป็น สัตว์ป่า คุ้มครองประเภทที่1 และอนุสัญญาสัตว์ป่าหายาก ใกล้จะสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered Species - CITES) จัดเอาไว้ใน Appendix 2 มีถิ่นกำเนิดในเวียดนาม เขมร ประเทศไทย ลงไปจน ตลอดแหลมมลายู สุมาตรา บอร์เนียว และชวา ก่อนหน้าปี ค.ศ.1998 เชื่อกันว่านากใหญ่จมูกขน สูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งมาพบตัวอีกครั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม จากนั้นได้ค้นพบเจอ ในป่าธรรมชาติของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชา ตลอดจนผืนป่าในแถบเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ในเชิงชีววิทยาของนากชนิดนี้ยังรู้กันน้อยมาก สภาพแวดล้อมที่ชอบอาศัยอย่างแหล่งที่ปลา ชุกชุมพอที่จะเป็นแหล่งอาหารกำลังหมดไปอย่างรวดเร็ว จนกองทุนเพื่อการอยู่รอดของนาก (International Survival Fund) หรือ IOSF พยายามรักษาสายพันธุ์ไว้ การล่าเหยื่อตามธรรมชาติของนากใหญ่จมูกขนหาอาหารโดยกระทุ้งน้ำทำเสียงดังให้ปลา ตกใจก่อนไล่ต้อน ใช้เท้าหน้าทั้งสองควานหาปลา ใช้ปากคาบขึ้นมากินบนเนินดินเตี้ยๆ หรือเนินดิน บนโคนต้นเสม็ดที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา แต่นากใหญ่จมูกขนมักเลือกวิธีที่สบายกว่าจับปลาตามธรรมชาติ ด้วยการขโมยปลาที่ติดอยู่กับเครื่องมือประมงของชาวบ้านที่วางดักเอาไว้และสร้างความเสียหายให้ แก่เครื่องมือประมงเหล่านั้นเป็นประจำ เป็นนักเลือกกิน โปรดปรานส่วนที่เป็นหัวปลามากกว่าส่วนหาง กองมูลและการสร้างร่องรอยของนากใหญ่จมูกขนโดยทั่วไปจะพบกองมูลนากใหญ่จมูกขน พาดอยู่บนต้นไม้ ที่มีลักษณะเอนทำมุมกับพื้นน้ำหรือพื้นดิน บ้างก็พบกองมูลอยู่บนเนินดินริมน้ำ โคนต้นเสม็ด บนขอนไม้ล้มที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา กองมูลวางพาดตามแนวยาวของต้นเสม็ดและบริเวณ ต้นเสม็ดมีรอยตะกุย รอยเล็บของนากตัดเปลือกเสม็ดออกจนเป็นเศษเล็กๆ ซึ่งเป็นการบ่งบอก อาณาเขตของนากใหญ่จมูกขนตัวนั้นๆ หรือเรียกว่าการมาร์ค (marking) การตามแกะรอยเท้าของนากใหญ่จมูกขนทำได้ยากมาก เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยมีลักษณะ เป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง ตามพื้นเต็มไปด้วยเศษหญ้า ใบไม้ ใบเสม็ดแห้ง จะพบรอยเท้านากใหญ่จมูกขน ได้ชัดเจนที่สุดบริเวณรอบบ่อปลาของชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะหลังจากขุดลอกบ่อปลาจะมีดินเลน ที่ถมขึ้นมาเป็นคันดินใหม่ๆ ซึ่งไม่แห้งและแข็งมากนัก หรือบริเวณคันดินจากการลอกคลอง ชลประทาน คันดินจากการยกร่องปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ปาล์มน้ำมันยางพารา ฯลฯ ก็อาจจะพบ รอยเท้านากใหญ่จมูกขนได้เช่นกัน รูปทรงรอยเท้าหน้าของนากใหญ่จมูกขน อุ้งเท้ามีลักษณะค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-2.1 เซนติเมตร ปลายนิ้วเท้าทั้งห้านิ้วมีเล็บแหลมคม จิกลงบนพื้นดินให้เห็นได้อย่างชัดเจน ระหว่างนิ้วเท้ามีพังผืดเหมือนเป็ด ทำให้นากใหญ่จมูกขนมีความคล่องแคล่วในขณะว่ายน้ำ เท้าหลัง จะมีความยาวมากกว่าเล็กน้อย และอุ้งเท้าก็จะยาวออกตามลักษณะของเท้าที่ยาวขึ้น นากใหญ่จมูกขนจะใช้เวลาในการนอนพักผ่อนหลังจากการล่าเหยื่อหาอาหาร โดยเลือกที่ ที่เป็นเนินดินเล็กๆ ซึ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมาบ้าง เป็นโคนต้นเสม็ดบ้าง หรือแม้กระทั้งขอนไม้ผุที่โผล่พ้นน้ำ ทั้งนี้ ต้องมีพื้นที่พอที่นากใหญ่จมูกขนจะกลิ้งตัวหรือใช้ส่วนลำตัว ส่วนคอและหัวถูไปมากับขอนไม้ หรือพื้นดินได้ นากใหญ่จมูกขนเปรียบเหมือนตัวควบคุมระบบนิเวศ เป็นผู้บริโภคในลำดับท้ายๆ ในห่วงโซ่ อาหาร สภาพแวดล้อมที่นากใหญ่จมูกขนอาศัยอยู่นั้น พบว่ามีสังคมพืช ประกอบไปด้วยพรรณไม้ ที่มีลักษณะเด่น ได้แก่ ต้นเสม็ด ต้นคมบางสามเหลี่ยม ลำเทงกระจูด หม้อข้าวหม้อแกงลิง และเห็ดรา เป็นต้น สังคมสัตว์ จำแนกเป็น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาทิ นากเล็กเล็บสั้น หนูชนิดต่างๆ ลิงแสม ฯลฯ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งูชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ งูงวงช้าง กิ้งก่า กิ้งก่าบิน ตุ๊กแก จิ้งจก จิ้งเหลน ตะกวด หรือเหี้ย ฯลฯ สัตว์ปีก ได้แก่นกชนิดต่างๆ เช่น นกจำพวกนกกินปลี นกบังรอกใหญ่ธรรมดา เป็นต้น สังคมแมลงและผีเสื้อชนิดต่างๆ ตลอดจนเต่า และตะพาบน้ำ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดงของชาวบ้านในพื้นที่มีหลากหลายอาชีพ และล้วนแต่ ส่งผลกระทบตอระบบนิเวศที่นากใหญ่จมูกขนอาศัยอยู่ เช่น การหาผลไม้ป่าอย่าง “หลุมพี” การหา ปลาสวยงาม การตีผึ้งป่า และผึ้งที่เข้ามาทำรังในไม้พาดที่ชาวบ้านสร้างไว้ เป็นต้น แต่อาชีพที่มีผล โดยตรงต่อนากใหญ่จมูกขน คือ อาชีพประมงพื้นบ้านในพื้นที่พรุ เพราะปลาและสัตว์น้ำ ต่างเป็น ที่ต้องการของชาวประมงและนากใหญ่จมูกขน จากการสัมภาษณ์ผู้อาศัยและใช้ประโยชน์ใกล้แหล่ง หากินของนากใหญ่จมูกขนจำนวน 32 คน พบว่า มีทัศนคติเชิงลบต่อนากที่เข้ามาขโมยปลาและสร้าง ความเสียหายให้กับเครื่องมือประมงพื้นบ้าน บ้างก็ทำลายพืชผลในนาข้าว จำนวน 16 คน คิดเป็น ร้อยละ 50.00 ทัศนคติเป็นกลาง เนื่องจากประกอบอาชีพที่ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับนากใหญ่จมูกขน เช่น ทำสวนยาง ค้าขาย ขึ้นตาลโตนด ฯลฯ จำนวน 10 คน ร้อยละ 31.25 ทัศนคติเชิงบวก แต่มุ่งหมายชีวิตนากใหญ่จมูกขนตามความเชื่อ เช่น การเฉือนอวัยวะเพศผู้มาตากแห้งแล้วแขวน ที่เอวจะช่วยแก้ปวดเมื่อย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรือนำนวดนากมาพันนิ้วแทนแหวนป้องกัน ถูกเงี่ยงปลาดุกแทง ฯลฯ จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 6.25 มีทัศนคติเชิงบวกต่อการอนุรักษ์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพียง 4 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 นากใหญ่จมูกขนเลือกกินปลาประเภทกินเนื้อ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ อย่างเช่น ปลากะสง ปลาช่อน ฯลฯ เนื้ออร่อยกว่าปลาประเภทกินพืชที่ตัวเล็กและมีเนื้อขมจากการกินแพลงตอนพืช อย่างเช่น ปลากระดี่หม้อ ปลาหมอจำปะ ฯลฯ จึงไม่แปลกว่าจะมีปลากระดี่หม้อ ปลาหมอจำปะที่ทิ้งไว้ โดยไม่ถูกกินหากมีปลาชนิดอื่นให้นากใหญ่จมูกขนชอบที่จะเลือกกินมากกว่า สำหรับปลาผิวดิน จำพวกปลาไหล ปลาดุก ปลาไม่มีเกล็ด ที่ติดชุดดักปลา ความลื่นที่จับตัวปลาได้ยาก นากใหญ่ จมูกขนจะเลือกกินเป็นอันดับท้ายๆ การใช้กัดหรืออวนดักปลาที่ใช้ในฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลากนั้น นากใหญ่จมูกขนจะทำ ความเสียหายให้กับเครื่องมือประมงชนิดนี้เป็นอันมาก เพราะเมื่อมีปลามาติดกัดหรืออวนดักปลา เท่ากับเป็นการเชื้อเชิญให้นากใหญ่จมูกขนรี่ตรงมาหา แล้วใช้ปากคาบกระชากทั้งปลาทั้งอวนฉีกขาด ออกไปกินบนเนินดินบริเวณใกล้กัดหรืออวนที่วางไว้ เมื่อสำรวจความเสียหายจะพบรอยขาดเป็นรู ขนาดใหญ่ ขาดเป็นทางยาว ยิ่งในกัดมีปลาติดมากเท่าใด อวนยิ่งถูกฉีกกัดเสียหายหนักมากขึ้น บางครั้งเสียหายจนซ่อมแซมไม่ได้จนต้องทิ้งและทำใหม่ ทางป้องกัน คือ เมื่อรู้ว่าพื้นที่ใดมีนากไม่ว่า จะสายพันธุ์ใดอาศัยอยู่ ก็หลีกเลี่ยงการใช้อวนหรือกัดดักปลาแล้วหันไปใช้เครื่องมือประมงชนิดอื่นเสีย ในการสร้างห้างร้านสังเกตพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขนไว้สองแห่ง พร้อมชุดดักปลาไว้ล่อให้ ปลาติดเพื่อให้นากใหญ่จมูกขนตามเข้ามากินอีกทอดหนึ่ง พบว่า นากใหญ่จมูกขนเข้ามาลักลอบ ขโมยปลาจากชุดดักปลาที่วางไว้บ่อยครั้ง ตั้งแต่ความถี่ต่อเนื่องกันทุกวัน วันเว้นวัน และหนึ่งวัน เว้นสองวัน ต่างจากช่วงที่ไม่ได้วางชุดดักปลา นากใหญ่จมูกขนจะเข้ามา 1-2 วันแล้วจะหายตัวทิ้งห่าง ไปประมาณ 12 วัน จึงจะกลับมาอีกครั้ง ภัยคุกคามอื่นที่มีผลต่อแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของนากใหญ่จมูกขน ได้แก่ การตัด ถนนผ่าน การสร้างอาคารขนาดใหญ่ทับพื้นที่หากิน ตัดขาดการข้ามฝั่งไปมาเพื่อหาอาหารและ ขยายพันธุ์ การบุกเบิกพื้นที่พรุเพื่อทำการเกษตร แหล่งอาหารเดิมของนากใหญ่จมูกขนถูกทำลาย และเพื่อความอยู่รอด อาจจะลักลอบมาขโมยกินพืชผลการเกษตรและประมงจากการบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้งและกำจัดนากใหญ่จมูกขนทิ้งจนจำนวนประชากรลดลงเข้าขั้นวิกฤต |
| บรรณานุกรม | : |
เดชา อาซ้าย . (2556). ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เดชา อาซ้าย . 2556. "ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เดชา อาซ้าย . "ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. เดชา อาซ้าย . ศึกษาพฤติกรรมนากใหญ่จมูกขน ความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบนิเวศน์ป่าพรุ และวิถีชีวิตของชาวบ้านเพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์บ้านกูจำ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
