ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล
คำค้น : ปัจจัยเชิงป้องกัน , วัยรุ่น , เจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ , โปรแกรมเชิงป้องกัน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5580211 , http://research.trf.or.th/node/7845
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) เพื่อตรวจสอบความตรงของโมเดล เชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2) เพื่อ พัฒนาโปรแกรมเชิงป้องกันและตรวจสอบผลตามของโปรแกรมที่มีต่อผลลัพธ์เชิงป้องกันและ เจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น การวิจัยในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 การศึกษา ตามวัตถุประสงค์หลัก การศึกษาที่ 1 วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรด้านการรู้คิดที่ส่งผลต่อเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ใน นักเรียนวัยรุ่นตอนต้น โดยการศึกษาในครั้งนี้อิงตามกรอบแนวคิดของโมเดลการรับรู้ภาพลักษณ์ วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ และความเต็มใจในการข้องเกี่ยวกับพฤติกรรม (Prototype/ Willingness Model) ตรวจสอบความตรงของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุฯ กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 612 คน ด้วยเทคนิควิธีการสุ่มแบบ 2 ขั้นตอน ตัวแปรในโมเดลฯ ประกอบด้วย คุณลักษณะมุ่งอนาคต เจตคติทางลบต่อการสูบบุหรี่ การต้านทานอิทธิพลกลุ่ม เพื่อน การรับรู้ภาพลักษณ์ทางลบของวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ ความเต็มใจในการข้องเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามและมาตรวัดตัวแปรโดยมีค่าความเที่ยง พิสัยระหว่าง .85- .95 ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างเชิงเส้นในการประมาณค่าเส้นทางอิทธิพล (pathways) พิจารณาค่าสถิติความกลมกลืนที่บ่งชี้ถึงความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลการ วิเคราะห์กับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการวิเคราะห์พบว่า คุณลักษณะมุ่งอนาคต และการควบคุม ตนเองที่ดีมีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านเจตคติทางลบต่อการสูบบุหรี่ การต้านทาน อิทธิพลกลุ่มเพื่อน การรับรู้ภาพลักษณ์ทางลบของวัยรุ่นที่สูบบุหรี่และความเต็มใจในการเกี่ยวข้อง กับพฤติกรรม นอกจากนี้ ตัวแปรดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านอิทธิพลระหว่าง คุณลักษณะมุ่งอนาคตกับเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ผลจากการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง เชิงเส้นยืนยันความสอดคล้องของโมเดลที่ตรวจสอบกับงานวิจัยก่อนหน้าที่ศึกษาโมเดลกรอบ แนวคิด Prototype/ Willingness Model การศึกษาที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมเชิงป้องกันเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันและเพื่อศึกษาผล ของโปรแกรมเชิงป้องกันที่ส่งผลต่อเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โปรแกรมเชิงป้องกันที่พัฒนาประยุกต์แนวคิดกลุ่มหลักการและเหตุผล กลุ่มการรับรู้ทาง สังคม กลุ่มพัฒนาการทางสังคม และกลุ่มการเสริมแรงทางสังคม โปรแกรมเชิงป้องกัน ประกอบด้วยการเรียนรู้ทักษะ 8 ครั้ง แบ่งกิจกรรมเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การเสริมสร้างความรู้ (knowledge) การเสริมสร้างทักษะทางสังคม (social skills) และการเสริมสร้างทักษะในตนเอง (intrapersonal skills) เอกสารเนื้อหา สื่อ กิจกรรม และเกม โดยใช้เวลาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็น เวลา 10 สัปดาห์ แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 50 นาที ตัวแปรเชิงป้องกันประกอบด้วยคุณลักษณะ มุ่งอนาคต การต้านทานอิทธิพลกลุ่มเพื่อน เจตคติทางลบต่อการสูบบุหรี่ในวัยรุ่น และการรับรู้ ภาพลักษณ์ในทางลบต่อวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมวิจัยเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 258 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองใช้โปรแกรมและกลุ่มควบคุม มาตรวัดคุณลักษณะต่างๆ ของนักเรียนได้แก่ มาตรวัดคุณลักษณะมุ่งอนาคต มาตรวัดการต้านทานอิทธิพลกลุ่มเพื่อน มาตรวัดเจตคติทางลบ ต่อการสูบบุหรี่ในวัยรุ่น และมาตรวัดการรับรู้ภาพลักษณ์ในทางลบต่อวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ มีค่าความ เที่ยง (Reliability) พิสัยระหว่าง .85 - .95 ใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างเชิงเส้นในการ ประมาณค่าเส้นทางอิทธิพล (pathways) พิจารณาค่าสถิติความกลมกลืนที่บ่งชี้ถึงความสอดคล้อง กลมกลืนของโมเดลการวิเคราะห์กับข้อมูลเชิงประจักษ์ ผลการศึกษาที่สำคัญพบว่าโปรแกรมเชิงป้องกันมีอิทธิพลต่อเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบ บุหรี่ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านปัจจัยป้องกัน ทั้งนี้ปัจจัยป้องกันทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่าน ความสัมพันธ์ระหว่างโปรแกรมเชิงป้องกันและเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในนักเรียน ผล จากการวิเคราะห์สมการโครงสร้างเชิงเส้นยังพบอีกว่าผลของโปรแกรมเชิงป้องกันที่ส่งผลต่อ เจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในวัยรุ่น โดยมีปัจจัยป้องกันเป็นตัวแปรส่งผ่านสอดคล้องกับ โมเดลปัจจัยเชิงป้องกันในวัยรุ่นที่ทำการศึกษาก่อนหน้า ทั้งนี้ตัวแปรในโมเดลอธิบายความ แปรปรวนในตัวแปรเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 61 การประยุกต์ใช้ โปรแกรมนี้มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน และการศึกษาผลกระทบระยะยาวของ โปรแกรมเชิงป้องกันในบริบทของโรงเรียนควรได้รับการจัดโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง This research divided into 2 studies. The first study aimed to validate the causal model of smoking intention of secondary school students and to study the model invariance across gender. The second study aimed to study the effects of the preventive program on protective outcomes and smoking intention among secondary school students. Study 1 The participants consisted of 612 secondary school students were selected randomly from the secondary educational service area office 1. The tested model consisted of seven variables: future orientation, good self-control, negative attitude toward smoking, resistance to peer influence, negative prototype, smoking willingness, and smoking intention. Data were collected by questionnaires and psychological scale with reliability ranging from .85 - .95. Structural equation modeling was used to evaluate the predictive power of the variables pathway. The Goodness of fit statistical analyses indicated that the causal model of smoking intention was best fit to the empirical data. Findings indicated that future orientation was associated with smoking intention directly and indirectly through negative attitude toward smoking, resistance to peer influence, negative prototype, and smoking willingness. Moreover these cognitive variables were fully mediated the relation between future orientation and smoking intention. Structural equation modeling was also revealed a form consistent with previous research generated by the Prototype/ Willingness Model.

บรรณานุกรม :
สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล . (2557). โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล . 2557. "โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล . "โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
สิทธิพงศ์ วัฒนานนท์สกุล . โมเดลเชิงสาเหตุของเจตนาเชิงพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงป้องกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.