| ชื่อเรื่อง | : | การสื่อสารระหว่างบุคคลระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและกำลังใจของผู้ป่วยในจังหวัดน่าน |
| นักวิจัย | : | ไพโรจน์ วิไลนุช |
| คำค้น | : | Changwat Nan , communication , Conversation Analysis , stroke , Thailand , การวิเคราะห์การสนทนา , การสื่อสาร , จังหวัดน่าน , ประเทศไทย , โรคหลอดเลือดสมอง |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5580089 , http://research.trf.or.th/node/7839 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ค้นหาโครงสร้างของการสื่อสารระหว่างบุคคลในเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง ๒) ค้นหาและระบุวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมในพื้นที่สาหรับฟื้นฟูการสื่อสารและกาลังใจของผู้ป่วยภายใต้โครงสร้างการสื่อสารในบริบทโรคนี้ และ ๓) ค้นหาและระบุความสามารถในการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของญาติในครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและให้กาลังใจผู้ป่วย โดยอาศัยแนวคิดของการให้การพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตามแบบประเมินกิจวัตรประจาวัน (Barthel Index) และใช้วิธีวิทยาผสมระหว่างวิธีวิทยาชาติพันธุ์วรรณาและการวิเคราะห์การสนทนา เก็บข้อมูลโดยการสังเกต สัมภาษณ์และบันทึกการสนทนาระหว่างพยาบาล ผู้ป่วยและญาติจานวน ๓๐ ครั้ง มีพยาบาลจานวน ๑๐ คน (พยาบาลในโรงพยาบาลอาเภอจานวน ๔ คนและพยาบาลประจาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบล ๖ คน) ผู้ป่วย ๑๗ คนและญาติ ๒๐ คนเข้าร่วมโครงการวิจัย ใช้เวลาในการลงพื้นที่ประมาณ ๖ เดือนในอาเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ การสื่อสารปรากฏเป็นขั้นตอนคือเริ่มการสนทนา พัฒนาและยุติการสนทนา เป็นการสื่อสารไม่สมดุล เทคนิคในการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและให้กาลังใจผู้ป่วยและญาติได้แก่ เทคนิคการเลือกใช้คาถามและการตอบ วิธีการสื่อสารโดยใช้วัฒนธรรม (การใช้คาถามเฉพาะเกี่ยวกับการกิน) วิธีการหาคา วิธีการปรับแก้ วิธีการอาสาเล่าเรื่องและบอกความต้องการ วิธีการใช้คาเฉพาะและการจัดการ วิธีการเปรียบเทียบเพื่อให้กาลังใจ วิธีการใช้ท่าทางของผู้ป่วย คนในครอบครัวจัดการความเครียดด้วยการทางานอื่น สื่อสารกับผู้ป่วยน้อยลง ทักษะการฟัง การเดาและการถามของญาติมีความสาคัญต่อการดูแลผู้ป่วย ญาติมีบทบาทในการดูแลผู้ป่วย การให้ข้อมูลแก่พยาบาลและการให้กาลังใจผู้ป่วยโดยใช้หลักศาสนาพุทธและการอ้างอิงบุคคลที่ ๓ ผลการวิจัยสะท้อนศักยภาพและวิธีการสื่อสาร การวิเคราะห์การสนทนาซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคลช่วยให้เข้าใจวิธีการสื่อสารและศักยภาพในการสื่อสารชัดเจนกว่าการวิเคราะห์จากการให้ผู้ป่วยสื่อสารทางเดียวโดยบอกชื่อของคนหรือสิ่งของต่างๆ งานวิจัยมีข้อเสนอแนะให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกี่ยวกับการใช้เทคนิคในการฟื้นฟูการสื่อสารและจิตใจของผู้ป่วย ทักษะการสื่อสารที่เหมาะสมที่ปรากฏในงานวิจัยสามารถใช้ในการฝึกหรืออบรมส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป Aims: Based on the Thai Barthel Index guideline, the study searched for communication good practice for the rehabilitation and mental health of patients with aphasia after a stroke. It also aimed to find how participation by family members can help care for and rehabilitate patients. Methodology: This research applied a hybrid methodology - Conversation Analysis (CA) and Ethnography to study how public health professionals, patients with aphasia and family members talk about anxiety. The data collection was conducted in one of the northern provinces of Thailand - Changwat Nan, Wiangsa district. 30 counselling sessions were video recorded in patients’ homes. Direct observation in patients’ families and in-depth interviews with 10 public health professionals – 4 nurses from district hospitals and 6 nurses from district public health centers, 17 patients and 20 family members were also used for supplementary data collection. Research Outcomes and results: Outcomes illustrated talking about stroke appears in stages; opening, development or elaboration, and closing and the asymmetry in interaction. Specific turn construction and different techniques were used by participants. Different questions, cultural aspects, repair, search sequences, voluntary techniques, lexical choices and comparison were used. The nurses used specific questions in an eating context, excluded in the guideline. Family members managed stress by doing some other work, escaping and talking less with patients. Listening, guessing, questioning were important skills for family members in caring. They participated in physical care, information giving to nurses, and supporting the patient by using Buddhism and referring to the third party. Analysing talk helped this research find communication competencies and techniques which could help rehabilitation in terms of the communication of patients. This analysis built greater understanding rather than asking patients to name objects or persons, which is monologue. Conclusions and implications: Results suggested that public health professions use communication techniques for rehabilitation in terms of communication and mental health. In addition, good communication competencies of family members could be considered worth knowing about. All these implications should be used to train concerned parties in the area. |
| บรรณานุกรม | : |
ไพโรจน์ วิไลนุช . (2557). การสื่อสารระหว่างบุคคลระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและกำลังใจของผู้ป่วยในจังหวัดน่าน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ไพโรจน์ วิไลนุช . 2557. "การสื่อสารระหว่างบุคคลระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและกำลังใจของผู้ป่วยในจังหวัดน่าน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ไพโรจน์ วิไลนุช . "การสื่อสารระหว่างบุคคลระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและกำลังใจของผู้ป่วยในจังหวัดน่าน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. ไพโรจน์ วิไลนุช . การสื่อสารระหว่างบุคคลระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวเพื่อฟื้นฟูการสื่อสารและกำลังใจของผู้ป่วยในจังหวัดน่าน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
