ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย
นักวิจัย : อนุสรณ์ เชิดทอง
คำค้น : blood biochemistry , cattle , feed block , rumen fermentation , ruminal microorganism , slow release urea , กระบวนการหมักในรูเมน , จุลินทรีย์ในรูเมน , ชีวเคมีของเลือด , ยูเรียปลดปล่อยช้า , อาหารก้อน , โคเนื้อ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5580077 , http://research.trf.or.th/node/7836
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อพัฒนาสูตรอาหารก้อนร่วมกับการใช้สารผสม ยูเรีย-แคลเซี่ยมที่ระดับต่างๆ และทำการศึกษาผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซี่ยมในสูตร อาหารก้อนต่อการกินได้ การย่อยสลายได้ของโภชนะ และกระบวนการหมักในรูเมนของโคเนื้อ พื้นเมืองไทยที่ได้รับฟางข้าวเป็นแหล่งอาหารหยาบหลัก โดยการวิจัยครั้งนี้แบ่งเป็น 2 การ ทดลองย่อย ซึ่งประกอบไปด้วยการศึกษาในห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิคการผลิตแก๊ส และทำการ ทดลองในโคเนื้อพื้นเมืองไทย สำหรับการทดลองที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับสาร ผสมยูเรีย-แคลเซี่ยมซัลเฟต (urea-calcium sulphate mixture; U-cas) ในสูตรอาหารก้อนต่อ การย่อยสลายได้ กระบวนการหมัก และจลศาสตร์การผลิตแก๊สจากของของเหลวในรูเมนของ กระบือปลักโดยเทคนิคการผลิตแก๊ส ปัจจัยการศึกษาประกอบด้วยระดับของ U-cas 7 ระดับ ใน อาหารก้อน คือ 0, 30, 60, 90, 120, 150 และ 180 g/kg โดยวางแผนการทดลองแบบ Completely randomized design ผลการศึกษาพบว่าปริมาณแก๊ส ณ เวลาในการหมักบ่มเป็น 0 (ค่าจุดตัดแกน y) (ค่า a) ค่าศักยภาพการผลิตแก๊ส (a+b) และ ปริมาณแก๊สสะสมมีค่าเพิ่มขึ้น แบบเส้นตรงเมื่อมีการเพิ่มระดับของ U-cas ในอาหารก้อน การย่อยได้ของวัตถุแห้ง การย่อยได้ ของอินทรียวัตถุ การย่อยสลายได้จริงและมวลของจุลินทรีย์ในหลอดทดลองมีความแตกต่างกัน และมีค่าสูงที่สุดเมื่ออาหารก้อนมี U-cas ที่ระดับ 180 g/kg เป็นองค์ประกอบ ค่าความเข้มข้น ของโพรพิโอเนต มีค่าเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรงตามการเพิ่มขึ้นของระดับ U-cas และมีค่าสูงที่สุดที่ ระดับ 180 g/kg ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนีย-ไนโตรเจน มีค่าสูงที่สุดในกลุ่มที่มีการใช้ยูเรีย ในอาหารก้อน ในขณะที่อาหารก้อนที่มีการเสริม U-cas ทำให้ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนีย- ไนโตรเจน มีแนวโน้มที่ลดลงและมีค่าต่ำที่สุดเมื่อมีการใช้ U-cas ในระดับสูงที่สุด จากการ ทดลองที่ 1 สามารถสรุปได้ว่า การเสริม U-cas ที่ระดับ 180 g/kg ในอาหารก้อน สามารถ ปรับปรุงจลศาสตร์การผลิตแก๊ส กระบวนการหมักในรูเมน การย่อยสลายได้ และมวลจุลินทรีย์ นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมยังพบว่าการเสริม U-cas สามารถควบคุมอัตราการ ปลดปล่อยไนโตรเจนในของเหลวในรูเมนของกระบือปลักได้ การทดลองที่ 2 ทำการศึกษาผล ของระดับ U-cas ในอาหารก้อน ต่อการกินได้ การย่อยสลายได้ของโภชนะ กระบวนการหมักใน รูเมน ประชากรจุลินทรีย์ในรูเมน แบคทีเรียกลุ่มหลักที่ย่อยสลายเยื่อใย การใช้ประโยชน์ ไนโตรเจน ค่าทางชีวเคมีและโลหิตวิทยาของเลือด โดยทำการศึกษาในโคเนื้อพื้นเมืองไทยเพศผู้ จำนวน 4 ตัว น้ำหนักตัวเริ่มต้น 1003.0 kg และให้ฟางข้าวเป็นอาหารหยาบหลัก ใช้แผนการ ทดลองแบบ 4 x 4 Latin Square เพื่อให้สัตว์ทุกตัวได้รับอาหารทั้ง 4 ปัจจัย ซึ่งประกอบไปด้วย ระดับการเสริม U-cas ในอาหารก้อนที่ 0, 120, 150 และ 180 g/kg DM ผลการทดลองพบว่า การกินได้ของฟางมีค่าสูงขึ้น เมื่อมีการเพิ่มระดับ U-cas ในอาหารก้อน การกินได้วัตถุแห้ง ทั้งหมด (ME, MJ/d) มีค่าสูงที่สุดในกลุ่มที่ได้รับอาหารก้อนที่มี U-cas 180 g/kg และรองลงมา คือกลุ่มที่ได้รับ 150, 120 และ 0 g/kg ตามลำดับ การย่อยได้ของโภชนะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อมีการ เพิ่มระดับของ U-cas ยกเว้นการย่อยได้ของ ADF ที่ไม่มีความแตกต่างกัน ค่าความเป็นกรด ด่าง และค่าอุณหภูมิในรูเมน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิต ค่าความเข้มข้นของแอมโมเนีย- ไนโตรเจน ที่ชั่วโมงที่ 4 หลังการให้อาหารมีค่าลดลงเมื่อมีการเพิ่มระดับ U-cas สูงขึ้น (P<0.05) การเสริม U-cas ที่ระดับ 180 g/kg ในอาหารก้อนส่งผลทำให้ค่าความเข้มข้นของโพรพิโอเนตใน รูเมนหลังจากชั่วโมงที่ 4 ของการให้อาหารมีค่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วนของอะซิเตตต่อ โพรพิโอเนต และสัดส่วนของอะซิเตตรวมกับบิวทิเรตต่อโพรพิโอเนตมีค่าต่ำลง (P<0.05) ประชากรของแบคทีเรียในรูเมนมีค่าเพิ่มสูงขึ้นแบบกำลังสอง (P<0.05) ในขณะที่ประชากรของ เชื้อรามีค่าสูงที่สุดเมื่อสัตว์ได้รับอาหารก้อนที่มี U-cas ที่ระดับสูงขึ้น (7.2 x 1011 cell/ml และ 2.4 x 104 cell/ml ตามลำดับ) ผลของชั่วโมงหลังจากการให้อาหาร ทำให้ประชากรของจุลินทรีย์ มีความแตกต่างกัน (P<0.05) แต่ไม่พบอิทธิพลร่วมระหว่างอาหาร x ชั่วโมงการให้อาหาร ใน สัตว์ที่ได้รับการเสริม U-cas ที่ 180 g/kg ในอาหารก้อนหลังจาก 4 ชั่วโมง ส่งผลทำให้ประชากร แบคทีเรียและเชื้อรามีค่าสูงที่สุด นอกจากนี้การเสริม U-cas ในอาหารก้อน ทำให้ค่าเฉลี่ยของ ประชากรแบคทีเรียรวมมีค่าเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรง (P<0.05) ในขณะแบคทีเรียกลุ่ม F. succinogenes มีค่าเพิ่มขึ้นแบบกำลังสองเมื่อมีการเพิ่มระดับของ U-cas ในอาหารก้อน (8.2 x 1011 และ 6.3 x 109 copies/ml ตามลำดับ) ผลผลิตจุลินทรีย์โปรตีน และประสิทธิภาพการ สังเคราะห์จุลินทรีย์ไนโตรเจน มีค่าเพิ่มขึ้นแบบเส้นตรงเมื่อมีการเสริม U-cas ในสูตรอาหารก้อน ที่ระดับ 180 g/kg นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมพบว่า การเสริม U-cas ที่ระดับ 180 g/kg ส่งผลทำให้ค่าการขับออกของไนโตรเจนลดลง (4.1 g/d) ในขณะที่ค่าการไหลเวียน ของไนโตรเจนและสัดส่วนของการไหลเวียนไนโตรเจนต่อปริมาณไนโตรเจนที่ได้รับมีค่าเพิ่ม สูงขึ้น (6.9 g/d และ 14.9% ตามลำดับ) ค่าพารามิเตอร์ทางชีวเคมีและโลหิตวิทยาของเลือด พบว่าทุกค่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติระหว่างกลุ่มทดลอง ยกเว้นค่าความเข้มข้นของยูเรีย- ไนโตรเจน กลูโคส และโปรตีนรวมในเลือดพบว่าการเสริม U-cas ที่ระดับ 180 g/kg ในอาหาร ก้อนจะส่งผลดีต่อค่าพารามิเตอร์ดังกล่าว ดังนั้น จากการวิจัยครั้งนี้ สามารถสรุปได้ว่าการเสริม U-cas ในอาหารก้อนที่ระดับ 180 g/kg สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการกินได้ของอาหาร กระบวนการหมักในรูเมน แบคทีเรียกลุ่มหลักที่ย่อยสลายเยื่อใย การใช้ประโยชน์ของไนโตรเจน และค่าพารามิเตอร์ทางชีวเคมีของเลือดในโคเนื้อพื้นเมืองไทยที่ได้รับฟางข้าวเป็นอาหารหลัก The objectives of this study was to develop feed blocks (FB) with urea-calcium mixture levels and to investigate the effects of different levels of urea-calcium mixture in FB on feed intake, nutrient digestibility and rumen fermentation in Thai-native beef cattle fed with rice straw as a basal. Two experiments were evaluated including in vitro gas production technique and in vivo experiment with swamp buffalo. Firstly, Exp I aimed to determine the effect of urea-calcium sulphate mixture (U-cas) levels in FB on ruminal digestibility, fermentation and gas kinetics in rumen fluid of swamp buffalo by using in vitro techniques. The treatments were 7 levels of U-cas incorporated in FB at 0, 30, 60, 90, 120, 150 and 180 g/kg and the experimental design was a Completely randomized design. Gas production rate constants for the insoluble fraction, potential extent of gas and cumulative gas were linearly increased when increasing level of U-cas in FB. The in vitro DM digestibility, in vitro OM digestibility, true digestibility and microbial mass were altered by treatments and were greatest at 180 g/kg of U-cas supplementation. Concentration of propionate was linearly increased when increasing levels of U-cas and was highest with U-cas supplementation at 180 g/kg. The NH3–N concentration was highest when urea was added in the FB while NH3–N concentration tended to be reduced with increasing level of U-cas. The findings from Ex I suggest supplementation of 180 g/kg U-cas in FB improves kinetics of gas production, rumen fermentation, digestibility and microbial mass as well as control the rate of N degradation in the rumen of swamp buffalo. Lastly, Exp II evaluated the effect of U-cas level in FB on feed intake, apparent digestibility of nutrients, rumen fermentation, population of ruminal microorganisms, predominant cellulolytic bacteria, microbial protein synthesis, N utilization, blood biochemistry and hematology parameters. Four Thai male native beef cattle, initial body weight (BW) 1003.0 kg and fed rice straw were randomly assigned in a 4×4 Latin square design to receive four dietary treatments with inclusion of U-cas in FB at 0, 120, 150 and 180 g/kg DM. The present results revealed that rice straw intake was increased with the increasing level of U-cas inclusion in the FB. Total intakes of DM and energy (ME, MJ/d) were the highest with U-cas inclusion at 180 g/kg DM fed group, followed by 150, 120 and 0 g/kg DM, respectively. Apparent digestibility of nutrients other than ADF was enhanced with the increasing level of U-cas supplementation. Rumen pH and temperature were not changed by U-cas levels inclusion. The concentration of ruminal NH3-N at 4 h post feeding was decreased with the increasing level of U-cas supplementation (P<0.05). Inclusion of U-cas at 180 g/kg DM in the FB could increased the propionic acid concentration in the rumen at 4 h post feeding which resulted in lower ratio of acetic: propionic acid and acetic plus butyric: propionic acid (P<0.05). Population of rumen bacterial increased quadratically (P<0.05), whereas fungal population was linearly greatest (P<0.05) with FB inclusion of U-cas at 180 g/kg DM (7.2 x 1011 cell/ml and 2.4 x 104 cell/ml, respectively). An effect of hour after feeding (P<0.05) was observed, and there was no interaction of diet × hour. For 180 g/kg DM of U-cas in FB, rumen bacteria and fungal population increased at 4 h after feeding. Inclusion of U-cas in FB was linearly greatest (P<0.05) concentration means of total bacteria, whereas quadratic effects (P<0.05) were observed on F. succinogenes population with increasing U-cas concentration (8.2 x 1011 and 6.3 x 109 copies/ml of rumen content, respectively). Microbial crude protein yield (MCP) and efficiency of microbial N synthesis (EMNS) were linearly increased when U-cas was included in FB at 180 g/kg DM (P<0.05). Supplementation at 180 g/kg DM reduced total N excretion (4.1 g/d), compared to other treatments, while N retention and ratio of N retention to N intake were increased up to 6.9 g/d and 14.9%, respectively. Blood biochemistry and hematological parameters were not different among treatments except concentration of plasma urea N, plasma glucose and total blood protein were improved especially with U-cas supplementation at 180 g/kg DM. Inclusion of U-cas at 180 g/kg DM in the FB resulted in improved feeding value, rumen fermentation, major cellulolytic bacteria, N utilization and blood biochemistry in Thai native cattle fed on rice straw.

บรรณานุกรม :
อนุสรณ์ เชิดทอง . (2557). ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุสรณ์ เชิดทอง . 2557. "ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุสรณ์ เชิดทอง . "ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
อนุสรณ์ เชิดทอง . ผลของระดับสารผสมยูเรีย-แคลเซียมในอาหารก้อนคุณภาพสูง ต่อการกินได้ การย่อยได้ นิเวศวิทยารูเมน และรูปแบบกระบวนการหมักในโคเนื้อพื้นเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.