| ชื่อเรื่อง | : | พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎร |
| นักวิจัย | : | นัยนา หงษ์ทองคำ |
| คำค้น | : | ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2436-2484 , คณะราษฎร์ , ไทย -- การเมืองและการปกครอง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชัยอนันต์ สมุทวณิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2520 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17724 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงแนวพระราชดำริทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ตลอดจนการปฎิรูปและการสร้างสถาบันทางการเมืองเพื่อปรับรูปแบบการปกครองให้ขยายขอบเขตให้ช้าราชการและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและใช้อำนาจทางการเมืองมากขึ้น แต่การปรับตัวของระบอบเก่าเป็นไปอย่างเชื่องช้าและขาดการต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะได้มีการสร้างสรรค์สถาบันทางการเมืองเพื่อเตรียมปูพื้นฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างรีบเร่งและเตรียมจะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้กับปวงชนชาวไทย แต่ เนื่องจากความลังเลพระทัยของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะที่มีกลุ่มชนซึ่งมีสำนึกทางการเมืองสูงมีความเห็นว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นอุปสรรคสำคัญของความเจริญก้าวหน้าของประเทศ จึงได้มีการปฎิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ปัญหาสำคัญของคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองก็คือการพยายามที่จะเข้าดำเนินการบริหารกิจการบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เนื่องจากการปฎิวัติครั้งนี้เป็นการกระทำของบุคคลเพียงกลุ่มเดียวขาดพลังสนับสนุนจากปวงชนจึงทำให้คณะราษฎรต้องดำเนินการ เพื่อยึดครองอำนาจให้อยู่ในหมู่คณะของตนแต่ผู้เดียว วิธีการที่นำมาใช้คือการกำจัดศัตรูทางการเมืองโดยมิได้คำนึงถึงความถูกต้อง ยุติธรรมหรือมนุษยธรรม พฤติกรรมดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มของคณะราษฎรกับกลุ่มขุนนางเก่าเท่านั้นแต่ได้ร่วมไปถึงองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย จากการศึกษาเอกสารขั้นต้นทั้งที่เป็นเอกสารของทางฝ่ายรัฐบาล คณะราษฎร หนังสือพิมพ์ และเอกสารของชาวต่างประเทศได้สังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดจนลายพระหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิดที่มีไปถึงชาวต่างประเทศทำให้เราได้ทราบถึงวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ได้อย่างชัดเจนพอสมควร ถึงแม้ว่าเอกสารที่ได้คันคว้ามานี้เป็นเพียงเอกสารบางส่วนที่เหลือจากการทำลายของฝ่ายรัฐบาลหรือคณะราษฎรแล้ว แต่ก็ทำให้เราทราบถึงบทบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในการประคับประคองให้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้อง และความพยายามของพระองค์ในการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องถ่วงดุลย์แห่งอำนาจเพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างไม่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย แต่ความพยายามของพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไร้ผล คณะราษฎรพิจารณาเห็นว่าพระองค์ทรงพยายามที่หันกลับไปสู่ระบอบการปกครองในแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คณะราษฎรจึงมุ่งที่จะจำกัดพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจนกระทั่งความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น การวิเคราะห์ความขัดแย้งระหว่างพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎรแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ ภาคแรกเป็นการวิเคราะห์ความขัดแย้งทางแนวความคิดเกี่ยวกับเค้าโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ในภาคที่สองกล่าวถึงแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและการผูกขาดอำนาจทางการเมืองของคณะราษฎร เช่น การกำหนดระยะเวลาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภททที่ 2 การออกพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลพิเศษ พระราชบัญญัติจัดการป้องกันรักษารัฐธรรมนูญ การลงโทษนักโทษการเมือง และการไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นต้น ในภาคที่สามเป็นการวิเคราะห์ถึงพระราชอำนาจและพระราชฐานะของพระมหากษัตริย์ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและพฤติกรรมที่คณะราษฎรปฏิบัติต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ ความขัดแย้งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดผลเสียต่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยในระยะแรกเริ่มเป็นอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า ถ้าสถานการณ์ระหว่างพระองค์และรัฐบาลยังคงดำเนินไปในสภาพดังกล่าวแล้วย่อมไม่บังเกิดผลดีแก่ผู้ใด และจะเป็นผลร้ายต่อการปกครองประเทศต่อไปอีกด้วย ฉะนั้นพระองค์จึงมีพระบรมราชวินิจฉัยที่จะสละราชสมบัติ เพื่อคณะราษฎรจะได้เลือกพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ที่คณะราษฎรสามารถทำงานร่วมด้วยได้ การสละราชสมบัติครั้งนี้นับว่าเป็นประวัติการณ์ที่สำคัญที่สุดในระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตลอดระยะเวลาอันยาวนานในประวัติศาสตร์ไทย |
| บรรณานุกรม | : |
นัยนา หงษ์ทองคำ . (2520). พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นัยนา หงษ์ทองคำ . 2520. "พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นัยนา หงษ์ทองคำ . "พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520. Print. นัยนา หงษ์ทองคำ . พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและคณะราษฎร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2520.
|
