| ชื่อเรื่อง | : | แนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต |
| นักวิจัย | : | นภาพรรณ โอวัฒนากิจ |
| คำค้น | : | พระวรุณ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2523 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18445 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523 วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงก์เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต ตั้งแต่สมัยเริ่มแรกมา จนกระทั่งถึงสมัยปุราณะ โดยรวบรวมศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาจากวรรณดคีสมัยต่าง ๆ โดยเฉพาะคัมภีร์ฤคเวท คัมภีร์มหาภารตะ รามายณะ และคัมภีร์ปุราณะฉบับต่างๆ เนื้อหาของวิทยานิพนธ์แบ่งออกเป็น 4 บท บทแรกเป็นบทนำ ซึ่งกล่าวถึงหัวข้อวิทยานิพนธ์ตลอดจนวิธีดำเนินการวิจัย บทที่ 2 ว่าด้วยเรื่องประวัติความเป็นมาของพระวรุณในสมัยต่าง ๆ ในแต่ละสมัยนั้นศึกษาแนวความคิดด้านกำเนิดครอบครัว ที่อยู่ บทที่ 3 ว่าด้วยเรื่องบทบาทและลักษณะของพระวรุณ บทที่ 4 เป็นบทสรุปและข้อเสนอแนะการวิจัยทำให้ทราบว่าในวรรณคดีพระเวทเริ่มแรกนั้น พระวรุณเป็นจอมเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวาล และพิทักษ์รักษากฎแห่งฤตอันเป็นลักษณะทางด้านธรรมจรรยามากกว่าที่จะเป็นการเชิดชูอำนาจอย่างกับเทพเจ้าอื่น ๆ บางองค์ ครั้นต่อมาในสมัยคัมภีร์รามายณะ คัมภีร์มหาภารตะ และสมัยปุราณะ ชาวอารยันหันมาเคารพนับถือเทพเจ้าสูงสุด 3 องค์ กล่าวคือ พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ ยังผลให้พระวรุณผู้เคยเป็นเทพเจ้าแห่งจักรวาลที่มีมหิทธานุภาพยิ่งนัก กลับต้องอยู่ในฐานะรองลงมา โดยการที่พระองค์ได้รับการสถาปนาจากเทพผู้มีฤทธานุภาพหลายฝ่ายเป็นเพียงเทพเจ้าแห่งน้ำ ทะเล และมหาสมุทร และโลกบาลประจำทิศตะวันตกเท่านั้น |
| บรรณานุกรม | : |
นภาพรรณ โอวัฒนากิจ . (2523). แนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภาพรรณ โอวัฒนากิจ . 2523. "แนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นภาพรรณ โอวัฒนากิจ . "แนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523. Print. นภาพรรณ โอวัฒนากิจ . แนวคิดเรื่องพระวรุณในวรรณคดีสันสกฤต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2523.
|
