| ชื่อเรื่อง | : | กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของพืชสกุลกระเจียว (วงศ์ขิง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ปิยะพร แสนสุข |
| คำค้น | : | anatomy , Curcuma , Palynology , Zingiberaceae , พืชวงศ์ขิง , พืชสกุลกระเจียว |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380166 , http://research.trf.or.th/node/7591 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ศึกษากายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบของพืชสกุลกระเจียว 19 ชนิด (25 ตัวอย่าง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยโดยวิธีการลอกผิวใบและตัดตามขวาง แผ่นใบ ขอบใบ เส้นกลางใบ ก้านใบ กาบใบ ลาต้นใต้ดิน ราก และรากสะสมอาหารด้วยกรรมวิธีพาราฟิน พบว่าชนิด ไทรโครม การมีขนหรือไม่มีขน ความยาวของขน ความหนาแน่นขนที่ผิวใบ บริเวณที่พบขน ปุ่มเล็กที่แผ่นใบด้านล่าง ความหนาของแผ่นใบ เนื้อเยื่อชั้นรองจากผิว ระบบมัดท่อลาเลียง รูปร่างในภาคตัดขวางในเส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบ ลักษณะขอบใบ สารสะสมภายในเซลล์ได้แก่ สารแทนนิน ผลึกรูปปริซึม และผลึกซิลิกาสามารถนามาใช้ในการระบุชนิดพืชสกุลนี้ได้ ศึกษาเรณูวิทยาของพรรณไม้สกุลกระเจียวจานวน 22 แทกซา ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงและกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่าเรณูของพรรณไม้สกุลกระเจียวเป็นเม็ดเดี่ยว รูปร่างแบบ subspheroidal, prolate spheroidal, spheroidal, subprolate และ prolate ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่มีช่องเปิด สมมาตรแบบรัศมี ไม่มีขั้ว และลวดลายบนผนังชั้นเอกซีนแบบ rugulos ซึ่งลักษณะสัณฐานวิทยาที่พบ ได้แก่ รูปร่างและขนาดเรณู สามารถนามาใช้จาแนกพรรณไม้สกุล กระเจียวได้ เรณูทั้ง 13 แทกซา ได้ถูกศึกษาเป็นครั้งแรก A comparative anatomy studied of 19 species (25 samples) of the genus Curcuma L. in Northeastern Thailand were investigated by epidermal peeling and tranverse section of blades, margins, midribs, petioles, leaf sheath, rhizomes, roots and tuberous roots by paraffin method. Type of trichome, presence or absence of trichome, length of trichome, density of trichome on leaf surface, position of trichome, papillae on abxail, thickness of blade, hypodermis, vascular system, shape in transverse section of midrib, petiole and leaf sheath, type of leaf margin, cell inclusion (tannin, prismatic crystal and silica sand) can be used as supplementary characters for identification of the Curcuma species. The palynology of 22 taxa of Curcuma L. were studied using a light microscope (LM) and scanning electron microscope (SEM). The pollen is monad. Pollen is variously in shape (subspheroidal, prolate spheroidal, spheroidal, subprolate and prolate). The pollen are medium and big size. All pollens are inaperturate and radial symmetry. The pollen grain is apolar and exine sculpture is rugulos. Pollen shape and size can be used to differentiate the species of the genus Curcuma. Pollen of 13 taxa are record for the first time. |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะพร แสนสุข . (2557). กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของพืชสกุลกระเจียว (วงศ์ขิง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปิยะพร แสนสุข . 2557. "กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของพืชสกุลกระเจียว (วงศ์ขิง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปิยะพร แสนสุข . "กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของพืชสกุลกระเจียว (วงศ์ขิง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. ปิยะพร แสนสุข . กายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบและเรณูวิทยาของพืชสกุลกระเจียว (วงศ์ขิง) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
