| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของครูประถมศึกษา : การฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้ |
| นักวิจัย | : | พอทิพย์ เพชรโปรี |
| คำค้น | : | ครู -- การฝึกอบรม -- ไทย (ภาคใต้) , การฝึกอบรม , โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุมน อมรวิวัฒน์ , สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2529 |
| อ้างอิง | : | 9745667099 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18301 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529 การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอนของครูประถมศึกษาเฉพาะการฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกระบวนการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมครูประถมศึกษา ประเมินพฤติกรรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ประเมินความพึงพอใจผลการเรียนรู้ ความเชื่อที่มีต่อแนวพัฒนาการเรียนการสอน และติดตามผลในด้านการนำความรู้ไปปฏิบัติงานหลังการฝึกอบรมของครูผู้เข้ารับการฝึกอบรม นอกจากนี้ ได้ศึกษาสภาพการสอนซ่อมเสริมแก่นักเรียนของครูผู้เข้ารับการฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้ โดยมีเกณฑ์ในการประเมินดังนี้ คือ วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมสอดคล้องกับความจำเป็นในการฝึกอบรมทุกประการ การจัดเตรียมการฝึกอบรมครบถ้วนตามกระบวนการฝึกอบรมที่เป็นสากล ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมทุกกิจกรรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจต่อกระบวนการฝึกอบรม ค่ามัชฌิมเลขคณิตของคะแนนการเรียนรู้หลังการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 15 ของคะแนนเต็ม ค่ามัชฌิมเลขคณิตของคะแนนความเชื่อที่มีต่อแนวพัฒนาการเรียนการสอนหลักการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และครูนำกิจกรรมการเรียนการสอนที่ได้จากการฝึกอบรมไปปฏิบัติอย่างน้อยร้อยละ 80 ของกิจกรรมทั้งหมด กลุ่มตัวอย่างเป็นครูในโรงเรียนประถมศึกษาจำนวน 93 คน และนักเรียนจำนวน 60 คนของกลุ่มโรงเรียนสะบ้าย้อย-ทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการประเมินปรากฏว่า 1. วัตถุประสงค์ของหลักสูตรการฝึกอบรมสอดคล้องกับความจำเป็นในการฝึกอบรมทุกประการ และมีกระบวนการจัดเตรียมการฝึกอบรมครบถ้วนตามกระบวนการฝึกอบรมที่เป็นสากล 2. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมจำนวน 44 กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 80 ของกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 3. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจต่อกระบวนการฝึกอบรม 22 ข้อ ในจำนวนทั้งหมด 28 ข้อ ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 4. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นหลังการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.30 ของคะแนนเต็ม ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความเชื่อเกี่ยวกับแนวพัฒนาการเรียนการสอนหลักการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. ครูจำนวน 12 คนที่ผู้วิจัยได้สังเกตพฤติกรรมการสอนนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน เกินร้อยละ 80 ของกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 8 คน และต่ำกว่าร้อยละ 80 ของกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 4 คน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สำหรับสภาพการจัดการสอนซ่อมเสริมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม พบว่า ครูประจำชั้นเป็นผู้จัดสอนเอง การสอนเด็กที่เรียนช้านั้น ส่วนมากสอนซ้ำในเรื่องที่ไม่เข้าใจ โดยสอนทั้งเป็นรายบุคคล และกลุ่มย่อย เพื่อให้นักเรียนสามารถผ่านวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสูตรประถมศึกษา |
| บรรณานุกรม | : |
พอทิพย์ เพชรโปรี . (2529). การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของครูประถมศึกษา : การฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พอทิพย์ เพชรโปรี . 2529. "การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของครูประถมศึกษา : การฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พอทิพย์ เพชรโปรี . "การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของครูประถมศึกษา : การฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print. พอทิพย์ เพชรโปรี . การประเมินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนการสอน ของครูประถมศึกษา : การฝึกอบรมนำร่องในภาคใต้. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.
|
