| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทของผู้บังคับบัญชาด้านการติดต่อสื่อสารที่มีผลต่อขวัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร : การศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยกำลัง ระดับหมวดตำรวจตะเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 2 |
| นักวิจัย | : | ลิขิต สุทธะพินทุ |
| คำค้น | : | การสื่อสาร , ขวัญในการทำงาน , การสื่อสารในองค์การ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริชัย ศิริกายะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2525 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17640 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525 การศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะศึกษาถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการติดต่อสื่อสารของผู้บังคับหมวดตำรวจตะเวนชายแดนกับขวัญของกำลังพลภายในหมวดตำรวจตะเวนชายแดนซึ่งปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และมีที่ตั้งในพื้นที่ทุรกันดารของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 2 ตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ หมวดตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 6 หมวด โดย 3 หมวดแรกเป็นหมวดซึ่งมีที่ตั้งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดหรือภาค 3 หมวดหลังเป็นหมวดซึ่งมีที่ตั้งบริเวณแนวชายแดนด้านสาธารณรัฐกัมพูชา ทั้ง 6 หมวดนี้ถือว่าเป็นหมวดซึ่งต้องปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตรายและมีที่ตั้งในพื้นที่ทุรกันดารของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 2 ตัวแปรหลักที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือการติดต่อสื่อสารกับขวัญ ในเรื่องของการติดต่อสื่อสารนั้น ผู้วิจัยได้กำหนดขึ้นโดยรวบรวมมาจากคณะผู้ชำนาญการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 11 ท่าน รวมทั้งจากคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา และประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง ส่วนในเรื่องขวัญ ผู้วิจัยได้รวบรวมผลการวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะซึ่งนักวิจัยทั้งหลายได้เคยรายงานไว้ก่อนแล้ว ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ซึ่งได้มาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 183 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 87.14 ของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการ ในการวิจัยตามหัวข้อนี้ ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานของการวิจัยไว้ 6 ข้อคือ 1. เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง การบริการด้านสวัสดิการ การฝึก การเยี่ยมเยียนของผู้บังคับบัญชา และการติดต่อสื่อสารของผู้บังคับหมวด มีความสัมพันธ์กับขวัญของผู้ใต้บังคับบัญชา (หรือกำลังพล) ในหน่วยกำลังระดับหมวดของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 2 ซึ่งปฏิบัติภารกิจที่เสียงต่ออันตรายและตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร 2. การติดต่อสื่อสารของผู้บังคับหมวดกับกำลังพลเมื่อจำแนกตามลักษณะที่ใช้คือการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการ และการติดต่อสื่อสารไม่เป็นทางการในหน่วยกำลังระดับหมวดดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ 3. การติดต่อสื่อสารของผู้บังคับหมวดกับกำลังพล เมื่อจำแนกตามวิธีการที่ใช้ทั้ง 4 วิธีคือ กลุ่มจัดระเบียบ กลุ่มไม่จัดระเบียบ วิธีตัวต่อตัว และวิธีถ่ายทอด ในหน่วยกำลังระดับหมวดตำรวจตระเวนชายแดนดังกล่าวนั้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ 4. เมื่อจำแนกกำลังพลออกเป็นกลุ่มต่างๆ ตามระดับขวัญ คือกลุ่มที่มีขวัญระดับสูง ระดับปานกลาง และระดับต่ำแล้ว แต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในลักษณะต่อไปนี้ ก. กลุ่มที่มีระดับขวัญสูง ปานกลาง และต่ำ จะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างลักษณะที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทั้ง 2 แบบคือ แบบเป็นทางการกับแบบไม่เป็นทางการของผู้บังคับหมวด ข. กลุ่มที่มีระดับสูง ปานกลาง และต่ำ จะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวิธีการที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทั้ง 4 วิธี อันได้แก่ วิธีที่ใช้กับกลุ่มจัดระเบียบ กลุ่มไม่จัดระเบียบ วิธีตัวต่อ และวิธีถ่ายทอด 5. ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในการติดต่อสื่อสารเมื่อจำแนกตามวิธีการและลักษณะที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารรวมทั้งขวัญระหว่างหมวดตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งตั้งในบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดหรือภาค กับซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณแนวชายแดน 6. การติดต่อสื่อสารเมื่อจำแนกตามวิธีการและลักษณะที่ใช้ในรูปแบบแล้วการติดต่อสื่อสารแต่ละรูปแบบนั้นจะเป็นตัวแปรซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับขวัญของกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนในระดับที่แตกต่างกัน การทดสอบสมมติฐานดังกล่าว ปรากฏว่าสมมติฐานข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 4 และข้อ 6 ได้รับการยอมรับ สำหรับสมมติฐานข้อ 1 พบว่าการฝึกและการติดต่อสื่อสารของผู้บังคับหมวดเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์กับขวัญของกำลังพล ส่วนสมมติฐานข้อที่ 5 พบว่าวิธีการติดต่อสื่อสารที่ใช้กับกลุ่มจัดระเบียบในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ และวิธีการติดต่อสื่อสารที่ใช้แบบถ่ายทอดในลักษณะที่ไม่เป็นทางการเช่นกันเท่านั้นที่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างหมวดตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งมีที่ตั้งต่างกัน นอกจากนั้น ผู้วิจัยพบว่าวิธีการติดต่อสื่อสารที่ใช้กับกลุ่มจัดระเบียบในลักษณะที่เป็นทางการของผู้บังคับหมวดมีความสำคัญและมีความสารถในการที่จะอธิบายขวัญของกำลังพลได้มากที่สุด ส่วนวิธีการติดต่อสื่อสารที่ใช้แบบถ่ายทอดในลักษณะที่เป็นทางการจะมีความสามารถในการอธิบายขวัญของกำลังพลได้น้อยที่สุด จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยได้เสนอแนะให้ใช้วิธีการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่ผู้บังคับหมวดอันจะมีผลทำให้ขวัญของตำรวจตะเวนชายแดนเขต 2 อยู่ในระดับที่ดีตลอดไป |
| บรรณานุกรม | : |
ลิขิต สุทธะพินทุ . (2525). บทบาทของผู้บังคับบัญชาด้านการติดต่อสื่อสารที่มีผลต่อขวัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร : การศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยกำลัง ระดับหมวดตำรวจตะเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 2.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลิขิต สุทธะพินทุ . 2525. "บทบาทของผู้บังคับบัญชาด้านการติดต่อสื่อสารที่มีผลต่อขวัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร : การศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยกำลัง ระดับหมวดตำรวจตะเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 2".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลิขิต สุทธะพินทุ . "บทบาทของผู้บังคับบัญชาด้านการติดต่อสื่อสารที่มีผลต่อขวัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร : การศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยกำลัง ระดับหมวดตำรวจตะเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 2."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print. ลิขิต สุทธะพินทุ . บทบาทของผู้บังคับบัญชาด้านการติดต่อสื่อสารที่มีผลต่อขวัญ ของผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงต่ออันตราย และตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร : การศึกษาเฉพาะกรณีหน่วยกำลัง ระดับหมวดตำรวจตะเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 2. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.
|
