| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาตรวจสอบกลไกการลดความเจ็บปวดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มแบบมีเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก |
| นักวิจัย | : | อาทิตย์ พวงมะลิ |
| คำค้น | : | beta-endorphin , core muscle stabilizing exercise , cortisol level , Low Back Pain , lumbo-pelvic stability , mechanisms , pain threshold , tissue blood flow , Ultrasound image , กลไก , การออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว , การไหลเวียนโลหิตของเนื้อเยื่อ , กีดกั้นความเจ็บปวด , ความมั่นคงของระบบแกนกลางลำตัว , บีต้า-เอน โดฟิน , ปวดหลัง , ภาพอัลตราซาวด์ , ระดับคอร์ติวอล |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380072 , http://research.trf.or.th/node/7540 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | บทนำ ในทางคลินิกปฏิบัติมีรายงานการใช้วิธีการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core stabilizing exercise) เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเรื้อรังกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งการออกกำลัง กายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอาจมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาอาการปวดหลังผ่านกลไกการตอบสนอง บางอย่างในการลดอาการปวด ซึ่งข้อคำถามการวิจัยดังกล่าวยังคงรอคอยการศึกษาค้นคว้าหาคำตอบ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลฉับพลันของการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวต่อภาวะอาการ ปวดหลัง และศึกษากลไกการลดอาการปวดหลังส่วนล่างด้วยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง ลำตัว วิธีทดลอง การศึกษานี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบสุ่มโดยมีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก (a randomized, double-blind, placebo controlled, within subject-crossover, repeated measures design) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core stabilizing exercise) เทียบกับเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอกโดยการขยับขาด้วยเครื่องปั่นจักรยาน อัตโนมัติ (placebo) และเงื่อนไขควบคุมโดยการจัดอยู่ในท่านอนพัก (control) ซึ่งอาสาสมัคร ประกอบด้วยชาย 7 คน และหญิง 18 คน (มีอายุเฉลี่ย 33.33 +/- 14.37 ปี) และมีภาวะปวดหลัง ส่วนล่างเรื้อรังมานานกว่า 40.36 +/- 35.55 เดือน ทั้งนี้ใช้ระยะเวลาในแต่ละเงื่อนไขของการศึกษา MRG5380072 vii นาน 15 นาที ซึ่งกำหนดให้มีการสุ่มลำดับเงื่อนไขของการศึกษาโดยมีระยะเวลาระหว่างแต่ละเงื่อนไข ห่างกัน 48 ชั่วโมง ผลการทดลอง การศึกษาหลักแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core stabilizing exercise) ช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนโลหิตของเนื้อเยื่อ (tissue blood flow), ลดระดับ อาการปวดหลัง (pain VAS), เพิ่มระดับกีดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดด้วยแรงกด (pressure pain threshold), ส่งเสริมความมั่นคงของระบบแกนกลางร่างกาย (lumbopelvic stability) และกระตุ้นการ ทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscle) ได้ดีกว่าเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก (placebo) และเงื่อนไขควบคุม (control) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) และพบว่า อาสาสมัครที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังมีประมาณระดับบีต้า-เอนโดฟินในกระแสเลือดที่เพิ่ม สูงขึ้นเมื่อทำการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับเงื่อนไข ควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก (placebo) และเงื่อนไขควบคุม (control) (p < 0.04) ในขณะที่ ปริมาณระดับคอร์ติซอลในกระแสเลือดและระดับกีดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดด้วยอุณหภูมิ (thermal pain threshold) ไม่พบถึงการเปลี่ยนแปลงทางสถิติเมื่อเทียบกับเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก (placebo) สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง การออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core stabilizing exercise) ช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง (chronic low back pain) ผ่านกลไกร่วมกันทั้งการ เพิ่มอัตราการไหลเวียนโลหิตเฉพาะที่ (improve local tissue blood flow) การกระชับและเสริมความ มั่นคงให้แก่ข้อต่อกระดูกสันหลังและเชิงกราน (improve spinal stability) อีกทั้งอาศัยกลไกทาง ประสาทสรีรวิทยาโดยการลดภาวะการไวต่อการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น (reduce hyperalgesia) และ อิทธิพลของสารสื่อประสาทที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประเภทสารฝิ่น (endogenous opioid) ข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต การศึกษาต่อไปควรศึกษาเพิ่มเติมถึงผลต่อการ เปลี่ยนแปลงตัวแปรต่างๆ ดังกล่าวในระยะยาว (long-term effect) และติดตามศึกษาถึงผลคงค้างว่า คงอยู่ได้นานเพียงใด นอกจากนี้ควรทำการศึกษาในกลุ่มพยาธิสภาพเฉพาะด้านเพิ่มเติม เช่น herniated nucleus pulposus, spondylolisthesis, spondylosis หรือ post-surgery แทนกลุ่มอาการ ปวดหลังที่ไม่เฉพาะเจาะจง (non-specific low back pain) ซึ่งอาจจะมีการตอบสนองต่อการ บำบัดรักษาที่แตกต่างกันได้ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงกลไกที่ช่วยในการบำบัดรักษาอาการปวดหลัง ส่วนล่างเรื้อรังได้ดียิ่งขึ้น Introduction Chronic low back pain is a common musculoskeletal disorder affecting most of general population and athletes. Core stabilizing exercise may assist in management of chronic low back pain via some potential mechanisms. Objective This study aimed to evaluate effects and investigate potential mechanisms of action of the lumbo-pelvic core stabilization exercise. Methods A within-subject, repeated measures with double-blinded, placebo-controlled, was utilized to examine its therapeutic effects and possible mechanisms of action. Twenty-five subjects with chronic non-specific low back pain (7 males, 18 females; age 33.33 ± 14.37 years; onset 40.36 ± 35.55 months) participated in the study. The subjects received a 15- minute of three different experimental conditions: the lumbo-pelvic core stability training, the placebo (passive cycling), and the control (rest) by randomization with 48 hours between sessions. Results Statistical analysis (repeated measures ANOVA) demonstrated an immediate increase of tissue blood flow, improvement in pain VAS, pressure pain threshold, lumbopelvic stability and core muscular function beyond the placebo and control conditions (p < 0.01). Furthermore, plasma beta-endorphin level increased under the exercise condition (p < MRG5380072 ix 0.04), whereas the cortisol level remained unchanged. No significant effects on thermal pain threshold were evident beyond the placebo condition. Discussion & Conclusion The findings suggest that core stability training may provide pain relieving effects through a local tissue blood flow, improve spinal stability, and reduce of hyperalgesia possibly involving endogenous opioid mechanism as parts of its actions. Suggestions for Further Study Further studies in the specific low back pain subgroups (i.e., spondylolisthesis, herniated nucleus pulposus, spondylosis, post-surgery), as well as monitoring its long-term effects are required for better understanding the mechanisms of action of the lumbo-pelvic core stabilizing exercise in treatment of chronic low back pain. |
| บรรณานุกรม | : |
อาทิตย์ พวงมะลิ . (2557). การศึกษาตรวจสอบกลไกการลดความเจ็บปวดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มแบบมีเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก .
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อาทิตย์ พวงมะลิ . 2557. "การศึกษาตรวจสอบกลไกการลดความเจ็บปวดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มแบบมีเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อาทิตย์ พวงมะลิ . "การศึกษาตรวจสอบกลไกการลดความเจ็บปวดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มแบบมีเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. อาทิตย์ พวงมะลิ . การศึกษาตรวจสอบกลไกการลดความเจ็บปวดโดยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มแบบมีเงื่อนไขควบคุมเปรียบเทียบแบบหลอก . กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
