ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักวิจัย : นงเยาว์ เดชมา
คำค้น : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -- มหาบัณฑิต , สถิติ -- การศึกษาและการสอน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดิเรก ศรีสุโข , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2529
อ้างอิง : 9745666882 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18405
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติ กับเกรดเฉลี่ย ลักษณะงานที่ทำ ประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพ สิ่งเอื้ออำนวยในการทำงาน และจำนวนวิชาที่เรียนทางสถิติ และสร้างสมการพยากรณ์ปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงาน โดยระเบียบวิธีทางสถิติที่ศึกษาจำแนกเป็น 4 ด้าน คือ (1) ด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล (2) ด้านการนำเสนอข้อมูล (3) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (4) ด้านการรายงานผล กลุ่มตัวอย่างเป็นมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2520-2526 จำนวน 525 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มตัวอย่าง รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติ วิเคราะห์ผลการวิจัยโดยการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเปรียบเทียบปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติระหว่างมหาบัณฑิตภาควิชาวิจัยการศึกษา และมหาบัณฑิตภาควิชาอื่นเป็นรายข้อ โดยสถิติทดสอบที วิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์พหุคูณ และสร้างสมการพยากรณ์ปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานเป็นรายข้อ โดยวิธีเพิ่มและลดตัวแปรเป็นขั้น ๆ (Stepwise Multiple Regression Analysis) ทุกขั้นตอนโดยใช้โปรแกรม SPSSX ของสถาบันคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. มหาบัณฑิตครุศาสตร์ มีปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานมากที่สุดในหัวข้อ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ การนำเสนอข้อมูลในรูปตาราง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนระเบียบวิธีทางสถิติที่มหาบัณฑิตมีการใช้น้อยที่สุด คือ การทดสอบการเปรียบเทียบภายหลัง โดยวิธี NMR ของดันคัน วิธี LSD ของฟิชเชอร์ วิธี HSD ของตูกี วิธีของดันเนตต์ การทดสอบการเปรียบเทียบครั้งแรกโดยวิธีของดันน์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบแยกส่วน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบจตุรัสลาติน 2. มหาบัณฑิตภาควิชาวิจัยการศึกษา มีปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติมากกว่ามหาบัณฑิตภาควิชาอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จำนวน 57 หัวข้อ จากจำนวนระเบียบวิธีทางสถิติทั้งหมด 71 หัวข้อ 3. ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติกับตัวพยากรณ์เป็นรายข้อ พบว่า 3.1 ในกลุ่มมหาบัณฑิตภาควิชาวิจัยการศึกษา ค่าสหสัมพันธ์พหุคูณมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 9 หัวข้อ จากทั้งหมด 71 หัวข้อ 3.2 ในกลุ่มมหาบัณฑิตภาควิชาอื่น ค่าสหสัมพันธ์พหุคูณมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 58 หัวข้อ จากทั้งหมด 71 หัวข้อ ผลการวิเคราะห์ดังกล่าว ให้ความหมายว่า ตัวแปรพยากรณ์สามารถพยากรณ์ลักษณะการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในกลุ่มมหาบัณฑิต ภาควิชาอื่น ได้มากกว่ามหาบัณฑิตภาควิชาวิจัยการศึกษา 4. ผลการสร้างสมการพยากรณ์ พบว่า 4.1 ในกลุ่มมหาบัณฑิตภาควิชาวิจัยการศึกษา สร้างสมการพยากรณ์ปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติได้ 51 หัวข้อ จากทั้งหมด 71 หัวข้อ 4.2 ในกลุ่มมหาบัณฑิตภาควิชาอื่น สร้างสมการพยากรณ์ปริมาณการใช้ระเบียบวิธีทางสถิติได้ 69 หัวข้อ จากทั้งหมด 71 หัวข้อ

บรรณานุกรม :
นงเยาว์ เดชมา . (2529). การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงเยาว์ เดชมา . 2529. "การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงเยาว์ เดชมา . "การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print.
นงเยาว์ เดชมา . การใช้ระเบียบวิธีทางสถิติในการปฏิบัติงานของมหาบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.