| ชื่อเรื่อง | : | การควบคุมกำลังคนในสมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการจัดการเกณฑ์ทหาร (พ.ศ.2325-2448) |
| นักวิจัย | : | นันทิยา สว่างวุฒิธรรม |
| คำค้น | : | การเกณฑ์ทหาร , กูย , ไพร่ , กำลังคน , ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงรัตนโกสินทร์, 2325- |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | บุษกร กาญจนจารี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2525 |
| อ้างอิง | : | 9745610992 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17387 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525 วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับระบบการควบคุมกำลังคนตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ วิเคราะห์นโยบายของรัฐตลอดจนกลไกและมาตรการต่างๆที่รัฐใช้ในการควบคุม และใช้ประโยชน์จากกำลังคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ศึกษาการมอบอำนาจให้มูลนายทั้งในราชธานีและหัวเมืองควบคุมไพร่ การแบ่งแยกไพร่สังกัดมูลนายทั้งไพร่ชายและไพร่หญิงโดยวิเคราะห์ประเภทของไพร่ โดยเฉพาะไพร่ชายตามหน้าที่และตามสังกัดมูลนาย เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆโดยตรง ตลอดจนการดำเนินพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการยกเลิกระบบการควบคุมกำลังคนแบบเดิม และนำวิธีการควบคุมกำลังคนแบบใหม่มาใช้ จากการวิจัยพบว่า รัฐมีวิธีการควบคุมคนส่วนใหญ่ในราชอาณาจักร คือ คนไทย รวมทั้งลาว มอญ เขมร และญวน ที่อพยพเข้ามาและถูกกวาดต้อนเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ด้วยกันภายใต้ระบบไพร่ และอีกพวกหนึ่งคือ ชาวจีน และชาวตะวันตก ซึ่งจัดไว้เป็นพวกคนต่างชาติที่รัฐให้อิสระจากการควบคุม ยกเว้นบางพวกที่เต็มใจเข้าอยู่ในระบบไพร่ด้วย ภายใต้ระบบไพร่รัฐมอบให้มูลนายทั้งเจ้านาย และขุนนางที่มีตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ควบคุมไพร่ไว้เป็นหมู่ หมวด กอง และกรม โดยใช้มาตรการสักเลกและชำระเลก มูลนายทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเรียกเก็บผลประโยชน์จากไพร่ในรูปของการส่งส่วยให้รัฐ และการเกณฑ์แรงงานบังคับ รวมทั้งใช้งานส่วนตัวของมูลนาย กำลังคนจึงเป็นฐานอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมทั้งของรัฐและมูลนาย จากภาวะความจำเป็นเมื่อแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ทำให้รัฐไม่เข้มงวดต่อการควบคุมกำลังคนนัก ปรากฏว่าระบบการควบคุมมีลักษณะยืดหยุ่นในตัวบทกฎหมาย ตลอดจนมีความอะลุ้มอล่วยในการบังคับใช้ในภาคปฏิบัติ รัฐไม่เข้มงวดต่อการแบ่งแยกไพร่ให้คงสังกัดแน่นอน หรือต่อการทำงานตามหน้าที่อย่างตายตัว ทำให้ไม่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างหน้าที่ของไพร่ประเภทต่างๆทั้งไพร่สมและไพร่หลวง ดังที่เข้าใจกันโดยทั่วไป นอกจากนี้รัฐยังให้อิสระแก่ไพร่ในการเคลื่อนย้ายและเดินทาง เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐเพียงแต่วางนโยบายการควบคุมเป็นระบบในลักษณะที่เป็นกรอบอย่างหลวมๆ ภายในกรอบยืดหยุ่นและอะลุ้มอล่วยได้ และมักถูกปรับให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ในขณะเดียวกันผลของการใช้นโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาความสับสน และไร้ประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านี้สืบเนื่องและทับถมมากขึ้นจนทำให้การควบคุมกำลังคนเป็นภาระของมูลนาย และในสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปและความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูปในทุกๆด้าน ระบบการควบคุมกำลังคนแบบเดิมจึงหมดประโยชน์ ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ระบบการควบคุมกำลังคนแบบเดิมจึงถูกยกเลิกไปในที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
นันทิยา สว่างวุฒิธรรม . (2525). การควบคุมกำลังคนในสมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการจัดการเกณฑ์ทหาร (พ.ศ.2325-2448).
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นันทิยา สว่างวุฒิธรรม . 2525. "การควบคุมกำลังคนในสมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการจัดการเกณฑ์ทหาร (พ.ศ.2325-2448)".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นันทิยา สว่างวุฒิธรรม . "การควบคุมกำลังคนในสมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการจัดการเกณฑ์ทหาร (พ.ศ.2325-2448)."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print. นันทิยา สว่างวุฒิธรรม . การควบคุมกำลังคนในสมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการจัดการเกณฑ์ทหาร (พ.ศ.2325-2448). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.
|
