ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด
นักวิจัย : สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา
คำค้น : circulating tumor cells , colorectal cancer , lymphatic micrometastas , treatment outcome
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5280118 , http://research.trf.or.th/node/7477
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคของการใช้ RT-PCR ในการตรวจวินิจฉัยการกระจาย ของมะเร็งตามกระแสเลือดและความสัมพันธ์ระหว่างผลตรวจกับผลการรักษา วิธีการ ได้จัดเก็บเลือดก่อนผ่าตัด ปริมาณ 10 มิลลิลิตรจากผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงซึ่งเข้ารับ การรักษาด้วยการผ่าตัดในช่วงระหว่างปีพุทธศักราช 2551 กระทั่งปี 2554 สกัด RNA จากตะกอนเลือด และทำปฏิกิริยาขยายส่วนของสารพันธุกรรมแบบ one-step reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลบวกของการศึกษากับการจัดระยะของโรคและ ผลการรักษาในเชิงอัตรารอดชีวิต ผลการศึกษา การศึกษาตรวจพบผลบวกของ RT-PCR ของจีน Cytokeratin 20 ในผู้ป่วย 99/133 ราย (ร้อยละ 77.4) พบผลบวกเมื่อใช้ CEA เป็นเครื่องหมาย 88 ราย (ร้อยละ 66.2) ผลบวกของจีนทั้งสอง แปรผันตรงกับระยะของโรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) นอกจากนี้ ผลบวกของจีน CEA มีความสัมพันธ์กับการพบการกระจายของมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง (p-value; 0.03) ผลบวกของ RT-PCR ของจีน CEA มีความสัมพันธ์ต่ออัตรารอดชีวิตในภาพรวม (overall survival) และอัตรารอดชีวิตอย่างปราศจากโรค (event free survival) ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ อัตรา รอดชีวิตในภาพรวมในระยะ 2 ปีในผู้ป่วยซึ่งมีผลลบต่อ CEA อยู่ที่ร้อยละ 98.6 เทียบกับร้อยละ 80.3 ใน ผู้ที่พบผลบวก ในผู้ป่วยระยะที่ 1-3 ซึ่งมีผลบวกต่อ CEA มีอัตรารอดชีวิตอย่างปราศจากโรคร้อยละ 46.2 เทียบกับร้อยละ 87.4 ในรายซึ่งมีผลลบ เมื่อศึกษาแบบพหุปัจจัย โดยใช้ Cox proportional hazard model พบว่า CEA เป็นตัวแปรซึ่งมี ความสัมพันธ์ต่ออัตรารอดชีพอย่างปราศจากโรคอย่างเป็นอิสระจากระยะของโรคในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ ใหญ่และไส้ตรงระยะที่ 1-3 8 สรุป การตรวจจับการกระจายของเซลล์มะเร็งไปตามกระแสเลือดโดยอาศัยวิธี RT-PCR เป็นเครื่องมือที่ มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องหมายในการตรวจจับการกระจายของมะเร็งไปตามกระแสเลือด ซึ่งมีความสำคัญต่อการพยากรณ์โรคในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ Objectives: To evaluate the technical feasibility and prognosticating role of Cytokeratin 20 and CEA RT-PCR in evaluating circulating tumor cells in patients with colorectal cancer. Methods Ten milliliters of pre-operative blood samples from 133 cases of colorectal patients were collected for RNA extraction and one-step RT-PCR for Cytokeratin 20 and CEA genes. Results were analyzed against tumor stage and surgical outcome. Results: Cell spiking study using SW620 cell line showed that the one-step RT-PCR for Cytokeratin 20 and CEA gave a positive result when the cell density in a 10-ml sample was 103 and 104 cells/ml or greater, respectively. Of 133 cases studied, 99 (74.4%) were positive for Cytokeratin 20 RT-PCR and 88 (66.2%) were positive for CEA RT-PCR. Positive RT-PCR of both genes was significantly associated with lymph node metastasis and advanced tumor stage. Positive CEA RT-PCR was significantly associated with poorer overall survival (OS) and event free survival (EFS). Two-year OS in cases with positive CEA RT-PCR result was 80.3%, compared with 98.6% in cases with negative result. Two-year EFS in stage I-III cases with positive CEA RT-PCR result was 89.7 %, compared with 43.2% in cases with negative result. Multivariate analysis revealed that CEA was associated with the EFS, independently from tumor stage. Conclusion: Detection of circulating tumor cells by RT-PCR using CEA as a marker is feasible and beneficial in identifying patients who are at-risk of recurrence or metastasis.

บรรณานุกรม :
สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา . (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา . 2557. "ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา . "ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา . ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดและต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีการทางอณูชีววิทยาของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการดำเนินโรคภายหลังการผ่าตัด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.