| ชื่อเรื่อง | : | มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอร์เพื่อตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก |
| นักวิจัย | : | อัญชลี สำเภา |
| คำค้น | : | Heavy metals , Multi enzymatic biosensors , Pesticide , มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอ , สารกำจัดศัตรูพืช , โลหะหนัก |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5280072 , http://research.trf.or.th/node/7470 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ พัฒนาไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์สำหรับการวิเคราะห์ปริมาณปรอทและคาร์โบฟู แรนด้วยหลักวิธีวิเคราะห์ทางอ้อม โดยตรึงเอนไซม์ กลูโคสออกซิเดสและเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอส ฟาเตสบนผิวหน้าขั้วไฟฟ้าคาร์บอนเพส วิธีการวิเคราะห์ปริมาณสาร ทำการติดตามสัญญาณที่ได้ จากการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทั้งสอง โดยปรอทสามารถยับยั้งการทำงานของกลูโคสออกซิเดส และคาร์โบฟูแรนสามารถยับยั้งการทำงานอัลคาไลน์ฟอสฟาเตส ศึกษาสภาวะต่างๆที่เหมาะสมต่อ การวิเคราะห์ ดังนี้ ศักย์กระตุ้นสารตัวกลางทางไฟฟ้า ความเป็นกรดเบสของสารละลายบัฟเฟอร์ ช่วงความเป็นเส้นตรงของกราฟมาตรฐานต่อการวิเคราะห์ ขีดความสามารถต่ำสุด ความเที่ยงตรง ในการวิเคราะห์ปริมาณปรอทและคาร์โบฟูแรนของไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์ ผลการทดลอง พบว่า ศักย์กระตุ้นที่ +0.46 และ +0.75 โวลต์ เป็นศักย์กระตุ้นที่เหมาะสมของไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซด์ที่มีแมงนีสออกไซด์เป็นสารนำส่งอิเลกตรอน และฟีนอล ตามลำดับ สภาวะความเป็นกรด เบสของสารละลายต่อการทำงานของเอนไซม์กลูโคสออกซิเดสและเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส คือ สารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ pH 7.0 และ pH 8.5 ตามลำดับ ช่วงความเป็นเส้นตรงของการ วิเคราะห์ปริมาณปรอทที่ 0.94-2.49 และ 4.06 - 31.62 มิลลิกรัมต่อลิตร และคาร์โบฟูแรนที่ 11.10 – 97.00 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ขีดความสามารถต่ำสุดต่อการวิเคราะห์ปริมาณปรอทและ คาร์โบฟูแรนคือ 0.50 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 11.00 ไมโครกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ความเที่ยงตรงใน การวิเคราะห์ของไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์นี้อยู่ในเกณฑ์ดีให้ค่า 6.45-6.63%RSD นอกจากนี้ ประเมินการทำงานของไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์ วิเคราะห์ปริมาณปรอทในน้ำตัวอย่างที่มีการเติม ปรอท 2 มิลลิกรัมต่อลิตรและสารตัวอย่างมาตรฐานที่มีการรับรองจากสถาบันวิจัยแห่งชาติ ประเทศ แคนาดา (รับรองปริมาณปรอทที่ 4.64 ± 0.26 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ผลการวิเคราะห์ตรวจพบปริมาณ ปรอทในน้ำตัวอย่างที่มีการเติมปรอทที่ 2.17 ± 0.09 มิลลิกรัมต่อลิตร และปริมาณปรอทในตัวอย่างที่มี การรับรองที่ 4.29 ± 0.05 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ และวิเคราะห์ปริมาณคาร์โบฟูแรนใน ตัวอย่างพริกสองชนิด คือ พริกขี้หนูและพริกเหลืองจากตลาดสดท้องถิ่น อ. วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี ตรวจพบปริมาณคาร์โบฟูแรนที่ 5.55 ± 0.07 และ 5.52 ± 0.06 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ นอกจากนี้ได้เปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ปริมาณปรอทและคาร์โบฟูแรนด้วยไบเอนไซ มาติกไบโอเซนเซอร์กับเทคนิคมาตรฐานอะตอมมิกแอบซอร์พชันสเปกโตรเมทรี และเทคนิคมาตรฐาน ยูวี-วิสิเบิล สเปกโตรเมทรี สำหรับวิเคราะห์ปริมาณคาร์โบฟูแรน ผลการวิเคราะห์ทดสอบด้วยสถิติค่า t พบว่า t จากการคำนวณให้ค่าเท่ากับ 1.49 และ 1.57 ตามลำดับ ซึ่ง t จากการคำนวณมีค่าน้อยกว่า t ในตารางที่ 4.30 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดังนั้นสามารถยอมรับได้ว่าผลการวิเคราะห์ปริมาณปรอท และคาร์โบฟูแรนด้วยไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์ไม่แตกต่างจากผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค xiii มาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ คาดหวังว่าไบเอนไซมาติกไบโอเซนเซอร์สามารถนำไปวิเคราะห์หาปริมาณ ปรอทและคาร์โบฟูแรนในตัวอย่างได้ สามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทดแทนเครื่องมือวิเคราะห์ที่ ซับซ้อน ยุ่งยาก ราคาแพงได้ In this research a bienzymatic biosensor for the determination of mercury and carbofuran was developed. Indirect determination of mercury and carbofuran could be studied by inhibition and utilized by immobilization of glucose oxidase and alkaline phosphatase on carbon paste electrode which suitably designed as electrochemical sensor. The principle of inhibitive enzyme is for the indirect determination of mercury and carbofuran which glucose oxidase and alkaline phosphatase could be inhibited, respectively. Measurements were performed by electrochemically monitoring the inhibition of the catalytic activity of the enzymes. Electrochemical characterization and optimization of experiment parameters were investigated the in terms of voltage, pH buffer solution, linear range, detection limit and reproducibility. As the results, the bienzymatic biosensor showed optimum conditions at the voltage of +0.46 and +0.75 volts for electroactive substances from catalytic reactions of glucose oxidase and alkaline phosphatase, respectively. Optimum pH solutions for glucose oxidase and alkaline phosphatase obtained at 7.0 and 8.5, respectively. The linear ranges of the bienzymatic biosensor were at 0.94- 2.49, 4.06 - 31.62 ppm and 11.10 - 97.00 ppb with the detection limit of 0.50 ppm and 11.00 ppb for mercury and carbofuran, respectively. The reproducibility of the bienzymatic biosensor was good with 6.45 - 6.63 %RSD. Furthermore, the bienzymatic was validated for the determination of mercury and carbofuran in samples. Mercury determination was studied in water sample spiked 2 mg/L mercury ion and certified reference material (Dorm-2) from national research council in Canada with certified mercury at 4.64 ± 0.26 mg/kg while carbofuran was investigated in bird's eye and yellow chilli samples sampling from fresh local market in Warinchamrab district at Ubonratchathani province. As the results, mercury determination in spiked water sample and certified reference material was obtained at 2.17 ± 0.09 mg/L and 4.29 ± 0.05 mg/kg, respectively and carbofuran in chilli samples were 5.55 ± 0.07 and 5.52 ± 0.06 mg/kg, respectively. Additionally, the bienzymatic biosensor was successfully carried out with comparison to the standard techniques; i.e, atomic absorption spectrometry for mercury determination and UV-vis spectrometry for carbofuran. The results were good agreement with obtained at 95% confidence level with t-test statistics. The t-test values were at 1.49 and 1.57 for mercury and carbofuran, respectively which less than t-critical at 4.30. Therefore, the bienzymatic biosensor is promising to use and determine mercury and carbofuran in samples which are not xv significantly different from standard techniques. It can be used to determine mercury and carbofuran instead of the complex, difficult and expensive techniques. |
| บรรณานุกรม | : |
อัญชลี สำเภา . (2556). มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอร์เพื่อตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อัญชลี สำเภา . 2556. "มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอร์เพื่อตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อัญชลี สำเภา . "มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอร์เพื่อตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. อัญชลี สำเภา . มัลติเอนไซม์ไบโอเซนเซอร์เพื่อตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชและโลหะหนัก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
