| ชื่อเรื่อง | : | L'absurde dans les quatre pieces de theatre De Ionesco : La Cantatrice Chauve, La Lecon, Rhinoceros, Le Roi Se Meurt |
| นักวิจัย | : | Tritaporn Attanatho |
| คำค้น | : | French drama |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | Conrad, Yves , Chulalongkorn University. Graduate School |
| ปีพิมพ์ | : | 2523 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17062 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | Thesis (M.A.) -- Chulalongkorn University,1980 อิโอเนสโก เป็นนักแต่งบทละครร่วมสมัยที่จัดอยู่ในประเภทนักแต่งบทละครแบบอับซูร์ดคือพวกที่เล็งเห็นลักษณะอันสุดวิสัยของสภาวะมนุษย์ อิโอเนสโกพยายามถ่ายทอดโลกที่มีลักษณะ “อับซูร์ด” ในสายตาของเขา และความหวาดวิตกในการมีอยู่ของมนุษย์แก่ผู้ชม โดยที่เขาคิดว่า “สภาวะของมนุษย์เป็นสิ่งที่กำหนดสภาวะของสังคม” ขณะที่อีโอเนสโกดึงตัวเองออกมาอยู่ต่างหากจากโลก และมองย้อนกลับไปดู เขาเกิดความรู้สึกว่า ได้เห็นสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้น ผู้คนมีสภาพเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ภาษาก็ดูเหมือนจะหมดความสามารถในการสื่อความหมาย ขณะเดียวกัน ความหวาดวิตกในส่วนลึกของเขาโดยเฉพาะในเรื่องความตาย ซึ่งเป็นสภาวะของการมีอยู่ของมนุษย์ ได้หลอกหลอนเขาอยู่ตลอดเวลา อีโอเนสโกจึงถือว่า ความหวาดวิตกนี้เองเป็นสาเหตุของความสับสนวุ่นวายของสภาพจิตใจ และการลดค่าของการเป็นมนุษย์ของทั้งตัวเขาเองและผู้อื่น อีโอเนสโกได้ถ่ายทอดสิ่งที่เขาค้นพบนี้ผ่านทางละคร โดยหยิบยกสถานการณ์ธรรมดาอันหนึ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสิ่งผิดปกติซ่อนอยู่ เขาพยายามเน้นความธรรมดานั้นออกไปจนถึงขีดสุดโดยวิธีการทางละครที่เขาปฏิรูปแบบฟอร์มใหม่ ซึ่งจะทำให้เขาสามารถขยายและชี้ให้เห็นความผิดปกตินั้นได้เด่นชัดขึ้น บทละครเรื่องแรกของอีโอเนสโก คือ ลากองตาตริซโชฟ ซึ่งนำออกแสดงครั้งแรกในปี 1950 โดยไม่ได้รับความสำเร็จ เช่นเดียวกับบทละครเรื่องที่สอง คือ ลาเลอซ็อง ที่ออกแสดงในปีต่อมา อีโอเนสโกได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์มาก เนื่องจากรูปแบบของการละครใหม่ของเขาที่ผู้ชมไม่เคยชิน อย่างไรก็ดี อีโอเนสโกก็คงผลิตผลงานทางการละครต่อไป จน 10 ปี หลังจากนั้น ละครของเขาก็เริ่มได้รับความสำเร็จและแพร่หลาย โดยเรื่อง รีโนเซโรส ซึ่งมีทั้งการนำออกแสดงและนำต้นฉบับไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ขณะเดียวกัน บทละคร 2 เรื่องแรกก็ถูกนำกลับมาแสดงอีก และได้รับความสำเร็จเช่นเดียวกับบทละครเรื่องต่อ ๆ มา โดยเฉพาะเรื่อง เลอรัวเซอเมอร์ อย่างไรก็ดี การที่บทละครทั้ง 4 เรื่องนี้ได้รับเลือกมาเป็นหัวข้อศึกษาในวิทยานิพนธ์นี้ มิใช่แต่เพราะได้รับความนิยมแพร่หลายเท่านั้น หากแต่เป็นเพราะบทละครเหล่านี้แสดงให้เห็นการมองโลกของอีโอเนสโกในลักษณะ “อับซูร์ด” ได้ครบถ้วนที่สุดด้วย ยิ่งกว่านั้นสถานการณ์ทั้ง 4 ที่หยิบยกมาจากชีวิตประจำวันและแสดงให้เห็นบทเวทีนั้นก็ตรงกับความเป็นจริง ที่เราทุกคนประสบกันอยู่ทุกวัน ฉะนั้น อาจเป็นเพราะเหตุนี้เอที่เราเข้าถึงความหมายของเรื่องได้ง่าย และบทละครดังกล่าวก็ได้รับความนิยมจากนานาชาติด้วย อนึ่งการศึกษาในมหาวิทาลัยฉบับนี้ มุ่งเพียงให้เป็นการแนะนำละครของอีโอเนสโก โดยสังเขปเท่านั้น คือ มุ่งศึกษาการชี้ให้เห็น “อับซูร์ค” ของผู้แต่ง ซึ่งเป็นจุดใหญ่ในละครของเขา การศึกษาในแนวปลีกย่อยอื่น ๆ เป็นแต่เพียงส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจเรื่องเท่านั้น เช่น การวิเคราะห์ทัศนคติของผู้แต่ง การวิเคราะห์ตัวละคร การศึกษาภาพที่สื่อความหมายหรือสัญลักษณ์ในเรื่อง การศึกษาการใช้ภาษาเพื่อสร้างความขบขัน และการศึกษาวิธีการทางด้านการละคร เป็นต้น |
| บรรณานุกรม | : |
Tritaporn Attanatho . (2523). L'absurde dans les quatre pieces de theatre De Ionesco : La Cantatrice Chauve, La Lecon, Rhinoceros, Le Roi Se Meurt.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Tritaporn Attanatho . 2523. "L'absurde dans les quatre pieces de theatre De Ionesco : La Cantatrice Chauve, La Lecon, Rhinoceros, Le Roi Se Meurt".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Tritaporn Attanatho . "L'absurde dans les quatre pieces de theatre De Ionesco : La Cantatrice Chauve, La Lecon, Rhinoceros, Le Roi Se Meurt."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2523. Print. Tritaporn Attanatho . L'absurde dans les quatre pieces de theatre De Ionesco : La Cantatrice Chauve, La Lecon, Rhinoceros, Le Roi Se Meurt. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2523.
|
