| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ เมื่อใช้ภาพประกอบเรื่องที่ต่างกัน |
| นักวิจัย | : | สุเทพ สว่างศรี |
| คำค้น | : | ภาษาอังกฤษ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , การสอน -- อุปกรณ์ , การอ่าน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กิดานันท์ มลิทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2529 |
| อ้างอิง | : | 9745667129 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19118 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ ที่อ่านเรื่องโดยไม่มีภาพประกอบ ที่มีภาพเดี่ยวใจความหลักประกอบ และที่มีภาพรวมใจความย่อยประกอบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองนี้ เป็นนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2528 วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม จังหวัดมหาสารคามจำนวน 90 คน ใช้แบบทดสอบความสามารถในการอ่านของ เบอร์เนตต์ เพ่อแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ คือ กลุ่มสูง กลุ่มกลางและกลุ่มต่ำ กลุ่มละ 30 คน เท่ากันทุกกลุ่ม จากนั้นใช้วิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย สุ่มนักศึกษาออกจากทั้ง 3 กลุ่มความสามารถ กลุ่มละ 10 คน เป็นกลุ่มควบคุม 30 คน สุ่มครั้งที่สองเป็นกลุ่มทดลอง ก 30 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มทดลอง ข 30 คน ใช้เครื่องมือทดลองกับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 ดังนี้ คือ กลุ่มควบคุมให้อ่านเรื่องที่ไม่มีภาพประกอบ กลุ่มทดลอง ก ให้อ่านเรื่องที่มีภาพเดี่ยวใจความหลักประกอบ กลุ่มทดลอง ข ให้อ่านเรื่องที่มีภาพรวมใจความย่อยประกอบ เรื่องที่ใช้ทดลองของกลุ่มทุกกลุ่มเป็นเรื่องเดียวกัน จำนวน 4 เรื่อง การวัดความเข้าใจในการอ่านเรื่องแต่ละเรื่อง ใช้แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ความเข้าใจในการอ่านเรื่องละ 10 ข้อ 4 เรื่อง รวม 40 ข้อ การทดลองใช้เวลาทุกกลุ่มเท่ากันคือ กลุ่มละ 60 นาที ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบ 2 ทาง และทดสอบความแตกต่างระหว่างคู่ โดยวิธีของ เชฟเฟ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้คือ 1. ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษา ที่อ่านเรื่องที่ไม่มีภาพประกอบที่มีภาพเดี่ยวใจความหลักประกอบ และที่มีภาพรวมใจความย่อยประกอบ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักศึกษากลุ่มที่อ่านเรื่อง ที่มีภาพรวมใจความย่อยประกอบ มีความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษสูงกว่ากลุ่มที่อ่านเรื่องที่ไม่มีภาพประกอบ และที่มีภาพเดี่ยวใจความหลักประกอบต่ำไม่มีความแตกต่างระหว่างนักศึกษา กลุ่มที่อ่านเรื่องไม่มีภาพประกอบ และที่มีภาพเดี่ยวใจความหลัก ทั้งหมดที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักศึกษากลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านสูง มีความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษสูงกว่า กลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านต่ำ แต่ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านสูง กับกลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านปานกลาง และระหว่างกลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านปานกลาง กับกลุ่มที่มีระดับความสามารถในการอ่านต่ำ ทั้งหมดที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างระดับความสามารถในการอ่าน กับระดับความเข้าในการอ่านภาษาอังกฤษ จากการอ่านเรื่องที่ไม่มีภาพประกอบ และที่มีภาพประกอบที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
สุเทพ สว่างศรี . (2529). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ เมื่อใช้ภาพประกอบเรื่องที่ต่างกัน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุเทพ สว่างศรี . 2529. "การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ เมื่อใช้ภาพประกอบเรื่องที่ต่างกัน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุเทพ สว่างศรี . "การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ เมื่อใช้ภาพประกอบเรื่องที่ต่างกัน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print. สุเทพ สว่างศรี . การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคปีที่ 1 แผนกพณิชยการ เมื่อใช้ภาพประกอบเรื่องที่ต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.
|
