| ชื่อเรื่อง | : | การใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมในโรงเรือนระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำสำหรับลดความเครียดจากความร้อนชื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้ำนมและสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของแม่โคนมในฟาร์มขนาดใหญ่ภายใต้สภาพอากาศแบบร้อนชื้น |
| นักวิจัย | : | ศิริวัฒน์ ทรวดทรง |
| คำค้น | : | dairy cow , heat stress , milk production , Reproductive performances , ความเครียดจาดความร้อน , ผลผลิตน้านม , สมรรถภาพทางระบบสืบพันธ์ , โคนม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=IUG5180011 , http://research.trf.or.th/node/7384 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ความเครียดจากความร้อนส่งผลกระทบอย่างมากต่อโคนมที่เลี้ยงในเขตอากาศแบบร้อนชื้น แม่โคนมที่ ได้รับผลกระทบจากความเครียดจากความร้อนจะทา ให้การกินอาหาร ผลผลิตน้านม การแสดงการเป็นสัด และ ความสมบูรณ์ลดลง การปรับปรุงสงิ่ แวดล้อมในโรงเรือนเพื่อเพมิ่ ความเย็นสบายและลดความเครียดจากความ ร้อนให้กับแม่โคนมเป็นแนวทางที่สามารถช่วยลดผลกระทบจากความเครียดจากความร้อนได้ การใช้ระบบการ ระบายอากาศโดยอาศัยการระเหยของน้าสามารถช่วยเพมิ่ ผลผลิตน้านมและสมรรถภาพทางการสืบพันธ์ุของโค นมได้หลายวิธี โดยมีเป้าหมายหลักคือพยายามรักษาอุณหภูมิร่างกายของแม่โคนมให้อยู่ในช่วงใกล้เคียงกับ ระดับอุณหภูมิร่างกายปกติให้มากที่สุด ซึ่งวิธีการใช้ระบบการระบายอากาศโดยอาศัยการระเหยของน้าที่ สามารถนามาประยุกต์ใช้ในโคนมมี 2 แนวทางคือ 1) วิธีการใช้ระบบการระบายความร้อนจากร่างกายของโค ผ่านทางผิวหนังโดยอาศัยการระเหยของน้า โดยใช้วิธีการอาบน้าให้ตัวโคเปียกร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบาย อากาศเพื่อพาความร้อนออกไป (Direct evaporative cooling system) และ 2) วิธีการใช้ระบบการระบายความ ร้อนจากร่างกายของโคโดยการลดอุณหภูมิของอากาศเพื่อให้โคสามารถระบายความร้อนสู่สงิ่ แวดล้อมได้ดีขึ้นทา ให้ร่างกายมีอุณหภูมิลดลง โดยอาศัยการระเหยของน้าเพื่อทา ความเย็นในโรงเรือนปิดซึ่งมีพัดลมดูดอากาศให้ ไหลผ่านแผ่นทา ความเย็นเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศที่เข้าโรงเรือน (Indirect evaporative cooling system) การ ใช้ระบบการระบายความร้อนโดยอาศัยการระเหยของน้าในโรงเรือนปิดนี้มีศักยภาพในการช่วยลดระดับความ รุนแรงของความเครียดจากความร้อนและช่วยเพมิ่ ผลผลิตน้านมของแม่โคนมที่เลี้ยงในเขตร้อนชื้นได้ นอกจากนั้นการใช้วิธีการอาบน้าร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อนออกไปวันละหลายๆครัง้ สามารถ นามาใช้ในการจัดการเพื่อเพมิ่ ผลผลิตน้านมและสมรรถภาพทางการสืบพันธ์ุได้เช่นกัน โดยการใช้ระบบการ อาบน้าร่วมกับพัดลมเป่าอากาศวันละ 8 ครัง้ ๆละ 45 นาที จะช่วยทา ให้แม่โคนมมีอุณหภูมิร่างกายลดลงได้อย่าง มีนัยสา คัญ และช่วยให้แม่โคสามารถรักษาระดับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภุมิร่างกายให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ อุณหภูมิร่างกายปกติได้ดีมากขึ้นตลอดทัง้ วัน นอกจากนั้นพบว่าแม่โคนมที่มีอุณหภูมิร่างกายสูง(มากว่า 38.5C)สะสมเป็นเวลานานมากกว่า 4-8 ชัว่ โมงต่อวัน จะมีผลกระทบทา ให้มีอัตราการผสมติดลดลงอย่างมี นัยสา คัญ ดังนั้นแม่โคนมที่เลี้ยงในเขตอากาศร้อน ควรจะได้รับการจัดการเพื่อลดความเครียดจากความร้อน เพื่อให้แม่โคนมเหล่านั้นมีประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้านมและระบบสืบพันธ์ุดีขึ้น จากการศึกษาน้แี สดงให้เห็นว่าแม่โคนมที่เลี้ยงในเขตแบบอากาศร้อนชื้นที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ตลอดทัง้ ปีเช่นประเทศไทยนั้น จะทา ให้มีผลผลิตน้านมและความสมบูรณ์พันธ์ุลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุสา คัญของการ สูญเสียทางเศรษฐกิจของการเลี้ยงโคนมในเขตร้อนชื้น การใช้ระบบการจัดการเพื่อทา ความเย็นให้กับแม่โคนมที่ เลี้ยงในเขตอากาศแบบร้อนชื้นนั้น สามารถช่วยลดระดับความรุนแรงของความเครียดจากความร้อนได้อย่าง 5 ชัดเจน และสง่ ผลให้แม่โคนมมีผลผลิตน้านมและสมรรถภาพทางการสืบพันธ์ุเพมิ่ ขึ้น ซึ่งจะทา ให้ฟาร์มโคนมของ เกษตรกรมีประสิทธิภาพในการผลิตเพมิ่ สูงขึ้นและมีความค้มุ ค่าทางเศรษฐกิจ ถ้ามีการพิจารณาเลือกใช้วิธีและ การลงทุนที่เหมาะสม รวมทัง้ มีการจัดการด้านระบบสืบพันธ์ุและอาหารที่มีประสิทธิภาพ Heat stress has a significant impact on dairy cattle in hot and humid climates. Dairy cows that are exposed to heat stress suffer decreased feed intake, reduced milk yield, poor expression of the signs of estrus, and infertility. In an attempt to minimize these effects, modifications to dairy cattle housing environments have been implemented to alleviate thermal stressors and improve cow comfort. Several studies have shown that the housing systems in hot and dry climates can be modified by the use of evaporative cooling for improved both milk production and reproductive efficiency of dairy cows. The major objective of any cooling system is to keep the cow’s body temperature as close to normal for as much of the day as possible. A more economical method to reduce the effect of heat stress is by evaporative cooling. Evaporative cooling can be accomplished by two approaches; 1) direct evaporation from the skin surface of the cows (fan and sprinkler combinations) and 2) indirect evaporation which involve cooling the micro-environment of the cows, with cooling pads and fans, in an enclosed barn. The evaporative cooling and tunnel ventilation system has the potential to decrease the severity of heat stress and improved milk productionin dairy cows under hot and humid climatic conditions. In addition, we found that the intensive cooling cows with the combination of sprinklers and fans can be used for improved reproductive performance and milk production. Dairy cows were cooled in the holding area for a total 8 cooling periods and 6 cumulative hour/day. Each cooling period (45 min) combined cycles of sprinkling (1 min) and forced ventilation (4 min). This intensive cooling system had significantly affected on decreased body temperature and allowed cows to maintain normal body temperature throughout the day. In this study, found that dairy cow had a cumulative hours of body temperature greater than 38.5 ºc more than 4-8 h per day, significantly (P<0.05) decline in conception rate. This result indicated that long period of hyperthermia (body temperature > 38.5 ºc) had an adverse effect on dairy cows and suggested that dairy cows in the tropical area need additional cooling system to completely eliminate heat stress result in close to normal fertility of dairy cows. Intensive cooling cows have the potential to eliminate the decline in conception rate and improved reproductive performance of dairy cows under tropical conditions. 7 In conclusion, the exposure of dairy cows to high air temperature and high relative humidity throughout a year or chronic heat stress under tropical conditions as in Thailand have a variety of effects, including decreased milk production and decreased fertility and represented a major source of economic loss in dairy industry in tropic areas. This study showed significant advantages for the cow cooling system can be used to reduce the severity of heat stress in dairy cows housed in hot and humid climatic conditions. The combined effects of higher milk production and improved reproductive performances, with the optimal costs could improve the financial status of dairy operations. However, cooling intensification should be combined with reproductive management, hormonal application and nutritional management to minimize the decline in cow performances under hot and humid climatic conditions. |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริวัฒน์ ทรวดทรง . (2557). การใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมในโรงเรือนระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำสำหรับลดความเครียดจากความร้อนชื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้ำนมและสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของแม่โคนมในฟาร์มขนาดใหญ่ภายใต้สภาพอากาศแบบร้อนชื้น.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศิริวัฒน์ ทรวดทรง . 2557. "การใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมในโรงเรือนระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำสำหรับลดความเครียดจากความร้อนชื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้ำนมและสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของแม่โคนมในฟาร์มขนาดใหญ่ภายใต้สภาพอากาศแบบร้อนชื้น".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศิริวัฒน์ ทรวดทรง . "การใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมในโรงเรือนระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำสำหรับลดความเครียดจากความร้อนชื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้ำนมและสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของแม่โคนมในฟาร์มขนาดใหญ่ภายใต้สภาพอากาศแบบร้อนชื้น."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. ศิริวัฒน์ ทรวดทรง . การใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมในโรงเรือนระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำสำหรับลดความเครียดจากความร้อนชื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตน้ำนมและสมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของแม่โคนมในฟาร์มขนาดใหญ่ภายใต้สภาพอากาศแบบร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
