| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระดับอณูของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเชื้อพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ในการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซต์ |
| นักวิจัย | : | พิสิฏฐ์ ประพันธ์วัฒนะ |
| คำค้น | : | พลาสโมเดียมฟัลซิปารั่ม , ระยะการใช้เพศ , เชื้อมาลาเรีย , เทคนิคดิเฟอเรนเชี่ยลดิสเพลย์ , เทคนิคเรียลไทม์พีซีอาร์ , แกมีโทไซท์ , แกมีไทโซโทเจเนซิส |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA4380001 , http://research.trf.or.th/node/6838 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การพัฒนาของเชื้อเข้าสู่ระยะวงจรชีวิตแบบใช้เพศของเชื้อมาลาเรีย มีความสำคัญต่อการแพร่กระจายของโรค แต่การวิจัยศึกษาส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ระยะวงจรชีวิตแบบไม่ใช้เพศ เพราะเป็นระยะที่สัมพันธ์กับการแสดงอาการ และความรุนแรงของโรค เป็นเป้าหมายและมีผลต่อการรักษาในผู้ป่วย อย่างไรก็ตามหากมีความเข้าใจกระบวนการ หรือกลไกทางอณูชีววิทยาที่เกิดขึ้นในระยะแกมีโทไซท์ หรือการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซท์มากขึ้นเท่าใด ก็น่าจะยิ่งมีประโยชน์ในแง่การรักษา และควบคุมการแพร่กระจายของโรคได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเท่านั้น ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการแสดงออกของยีนที่จำเพาะ และอาจเป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระยะการใช้เพศ เทคนิคที่เรียกว่า ดิฟเฟอเร็นเชี่ยลดิสเพลย์ (ดีดี) ได้ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับการแสดงออกเป็น เอ็มอาร์เอ็นเอ ของยีนต่าง ๆ ระหว่างเชื่อในระยะวงแหวนของเชื้อมาลาเรียพลาสโมเดี่ยม ฟัลซิปารั่มสายพันธุ์ที่สร้างแกมีโทไซท์ได้ และสูญเสียความสามารถนั้นไป จากการทดลองพบว่ามีจำนวนแถบดีดี ที่เข้มข้นในระยะวงแหวนของสายพันธุ์สร้างแกมีโทไซท์ได้อยู่ประมาณ 100 แถบ โดยที่แถบที่พบเฉพาะระยะวงแหวนของสายพันธุ์สร้างแกมีโทไซท์ได้อยู่ประมาณ 20 แถบ หลังจากการโคลน หาลำดับเบสของแถบที่สนใจ พบว่า โคลนที่ได้จำนวนหนึ่งมีลำดับเบสเหมือนกับยีนที่ได้มีการรายงานไว้แล้ว เช่น PfS16, PfEMP, pfRingA, nucleoside/nucleobase transporter, Ser/Thr protein kinase, mitogen-activated protein kinase, และ P-type ATPase III ในขณะที่บางโคลนยังไม่ทราบว่ายีนที่เป็นรหัสของโปรตีนใด ยีน 4 ชนิดคือ PfS16, pfRingA, nucleoside/nucleobase transporter และ P-type ATPase III ได้ถูกนำมาศึกษาต่อเพื่อดูระดับการแสดงออกโดยอาศัยเทคนิคเรียลไทม์พีซีอาร์ พบว่ามีเพียง PfS16 เท่านั้นที่สามารถวิเคราะห์ได้ และพบว่ามีการแสดงออกเฉพาะในเชื้อวงแหวนของสายพันธุ์ที่ยังสามารถสร้างแกมีโทไซท์ได้ จากการใช้ยีนของไดไฮโฟเลตรีดักเทสเป็นตัวศึกษาเปรียบเทียบพบว่าการแสดงออกของยีนไม่ต่างกันในทั้งสองสายพันธุ์ สำหรับยีนอื่น ๆ ที่ได้วิเคราะห์หาลำดับเบสแล้วจะถูกวิเคราะห์ศึกษาต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
พิสิฏฐ์ ประพันธ์วัฒนะ . (2549). การศึกษาระดับอณูของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเชื้อพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ในการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซต์.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พิสิฏฐ์ ประพันธ์วัฒนะ . 2549. "การศึกษาระดับอณูของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเชื้อพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ในการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซต์".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. พิสิฏฐ์ ประพันธ์วัฒนะ . "การศึกษาระดับอณูของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเชื้อพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ในการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซต์."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print. พิสิฏฐ์ ประพันธ์วัฒนะ . การศึกษาระดับอณูของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเชื้อพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ในการพัฒนาเข้าสู่ระยะแกมีโทไซต์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.
|
