ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
นักวิจัย : ผาสุข แก้วเจริญตา
คำค้น : ABC. , พ่อแม่ , เด็ก , เพศสัมพันธ์วัยรุ่น , เยาวชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5390014 , http://research.trf.or.th/node/6790
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันพบว่าเป็นมีปัญหาเยาวชนตั้งครรภ์ในขณะศึกษาสูง ในปีพ.ศ. 2550-2552 พบอัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นอายุ 9-19 ปีคิดเป็น 15.60, 31.53 และ 35.90 ต่อ 1,000 ประชากรวัยรุ่นหญิงในช่วงอายุเดียวกัน วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาศักยภาพของพ่อแม่และวัยรุ่นในการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการในกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ครูพี่เลี้ยง บุคลากรทางสาธารณสุข พ่อแม่และผู้ปกครอง ผู้นาชุมชน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ในโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนขยายโอกาส 6 แห่ง ใน 3 อาเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์ รวบรวมข้อมูลด้วยเครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยร้อยละ และเครื่องมือวิจัยเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์กลุ่ม การสังเกต การประชุมกลุ่ม และผลการประเมินหลังเข้าร่วมกิจกรรม ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าข้อมูลจากข้อมูลและนักวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลจากการให้รหัส จัดหมวดหมู่ วิเคราะห์เนื้อหา และการหาข้อสรุปอุปนัย ผลการศึกษา รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่นในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งพัฒนาจากแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพกฏบัตรออตตาวาชาร์เตอร์ (1986) ประกอบด้วย 1) สร้างการรับรู้สภาพปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยในวัยรุ่นให้กับภาคีเครือข่ายและชุมชน 2) การพัฒนาคู่มือและชุดกิจกรรมพัฒนาทักษะการสื่อสารเรื่องเพศของพ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3) พัฒนาระบบบริการเชิงรุกในการพัฒนาศักยภาพทีมงานภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยในวัยรุ่น 4) การพัฒนาทักษะการสื่อสารเรื่องเพศของพ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่น 5) การพัฒนาแกนนานักเรียนในการสร้างเครือข่ายป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ และเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย 6) การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยของวัยรุ่น 7) ข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการซึ่งประกอบด้วย 1) พัฒนาระบบการป้องกัน ได้แก่ พัฒนาหลักสูตรสอนเพศศึกษารอบด้าน และ ทักษะการสอนเพศศึกษาให้กับครูผู้สอน พัฒนาทักษะชีวิตวัยรุ่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ลดพื้นที่เสี่ยงขยายพื้นที่สร้างสรรค์สาหรับเด็ก พัฒนาบทบาทครอบครัวในการสื่อสารเรื่องเพศ และ 2) พัฒนาระบบบริการและการดูแลต่อเนื่องได้แก่ พัฒนาระบบบริการศูนย์บริการที่เป็นมิตรสาหรับวัยรุ่น และ พัฒนาระบบการติดตามและให้ความช่วยเหลือที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในกระบวนการขับเคลื่อนการดาเนินงานในระดับจังหวัดกาหนดยุทธศาสตร์การทางานร่วมกันเป็นนโยบายมีการบูรณาการการทางานระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมเชิงรุกให้มากขึ้น สรุป และข้อเสนอแนะ ควรมีการสนับสนุนให้พ่อแม่สามารถเข้าถึงช่องทางในการรับรู้ข้อมูลและแนวทางการแก้ไขที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในขณะที่การพัฒนาแกนนานักเรียนควรกาหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการพัฒนาทักษะที่สามารถนาไปใช้ในการทางาน

บรรณานุกรม :
ผาสุข แก้วเจริญตา . (2556). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ผาสุข แก้วเจริญตา . 2556. "รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ผาสุข แก้วเจริญตา . "รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ผาสุข แก้วเจริญตา . รูปแบบการพัฒนาศักยภาพพ่อแม่และวัยรุ่น ในการป้องกันปัญหาเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.