| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี |
| นักวิจัย | : | จันทร์เพ็ญ อินทรประเสริฐ |
| คำค้น | : | น้ำอัดลมหมดอายุ , ยางธรรมชาติ , สารจับตัว , สารตัวเติม , เปลือกข้าว |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5350026 , http://research.trf.or.th/node/6775 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาการใช้น้ำอัดลมหมดอายุเป็นสารจับตัวยางและผลต่อสมบัติของยางแผ่นดิบ บทคัดย่อ การศึกษาการใช้น้ำอัดลมหมดอายุเป็นสารจับตัวยาง โดยศึกษาสภาวะการหมักของน้ำอัดลมหมดอายุเพื่อให้เกิดการผลิตกรด เปรียบเทียบกับการใช้น้ำอัดลมหมดอายุที่ไม่ผ่านการหมัก กรดฟอร์มิก และการใช้น้ำอัดลมหมดอายุหมักร่วมกับกรดฟอร์มิกที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจับตัวและสมบัติของยางดิบ โดยพบว่าในการหมักน้ำอัดลมหมดอายุโดยใช้แบคทีเรียแลคติก Lactobacillus sp. ที่มีปริมาณความเข้มข้นของน้ำตาลเท่ากับ 14 กรัมต่อลิตร ปริมาณแหล่งไนโตรเจนแอมโมเนียมซัลเฟต 2.0 กรัมต่อลิตร และมีค่าพีเอชเริ่มต้นเท่ากับ 5.0 ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง สามารถผลิตกรดได้มากที่สุดเท่ากับ 2.956 กรัมต่อลิตร โดยมีกรดแลคติก กรดอะซิติกและกรดซัคซินิคเป็นองค์ประกอบหลัก จากการศึกษาประสิทธิภาพการจับตัวของน้ำอัดลมหมดอายุ น้ำอัดลมหมดอายุหมัก กรดฟอร์มิก และการใช้น้ำอัดลมหมดอายุหมักร่วมกับกรดฟอร์มิกที่อัตราส่วน 30:70, 50:50, 60:40 และ 70:30 พบว่า กรดฟอร์มิกใช้เวลาในการจับตัวยางน้อยที่สุดที่ปริมาณสารจับตัวเท่ากันรองลงมาคือ น้ำอัดลมหมดอายุหมักผสมกรดฟอร์มิกที่อัตราส่วน 30:70, 50:50, 60:40 และ 70:30 น้ำอัดลมหมดอายุหมัก และน้ำอัดลมหมดอายุ ตามลำดับ เมื่อศึกษาสมบัติของยางแผ่นดิบที่จับตัวด้วยน้ำอัดลมหมดอายุน้ำอัดลมหมดอายุหมัก กรดฟอร์มิก และการใช้น้ำอัดลมหมดอายุหมักร่วมกับกรดฟอร์มิกที่อัตราส่วน 30:70 และ 60:40 พบว่า ยางที่ได้จากการใช้น้ำอัดลมหมดอายุหมักร่วมกับกรดฟอร์มิกที่อัตราส่วน 30:70 มีสมบัติต่างๆ ( เช่น ปริมาณสิ่งสกปรก ปริมาณเถ้า ปริมาณไนโตรเจน ปริมาณสิ่งระเหย ความอ่อนตัวเริ่มแรก ดัชนีความอ่อนตัวของยาง และค่าความหนืด) ใกล้เคียงกับกรดฟอร์มิก ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสมบัติยางแท่งเอสทีอาร์ห้า ในการทดสอบค่าสีของยางพบว่า ยางที่ใช้กรดฟอร์มิกเป็นสารจับตัวให้ค่าสีที่ 4 ส่วนยางที่จับตัวด้วยน้ำอัดลมหมดอายุหมักผสมกรดฟอร์มิกที่อัตราส่วน 30:70 และ60:40 วัดค่าสีได้เท่ากับ 8 และ 14 ตามลำดับ ส่วนยางที่จับตัวด้วยน้ำอัดลมหมดอายุ และน้ำอัดลมหมดอายุหมัก ให้ค่าสีมากกว่า 16 โครงการวิจัย การเตรียมเขม่าดำจากเปลือกข้าวเพื่อใช้เป็นสารตัวเติมในยางธรรมชาติ บทคัดย่อ ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมเขม่าดำจากเปลือกข้าวจ้าว ข้าวเหนียว และข้าวเหนียวก่ำเปลือกดำ จากการวิเคราะห์พื้นที่ผิวจำเพาะและโครงสร้างของเถ้าแกลบ พบว่าเปลือกข้าวเหนียวให้ค่า Iodine Adsorption Number และค่า DBP oil absorption ที่ดีที่สุด ที่สภาวะเวลาเผา 60 นาที อุณหภูมิ 700 0C จากนั้นนำเปลือกข้าวเหนียวมากระตุ้นด้วยซิงค์คลอไรด์และโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์แล้ววิเคราะห์พื้นที่ผิวจำเพาะและโครงสร้างของเถ้าแกลบที่ได้ พบว่าที่ความเข้มข้น 20 %w/w ให้ค่า Iodine Adsorption Number และค่า DBP oil absorption ที่ดีที่สุด สมบัติเชิงกลของยางที่ใช้เถ้าแกลบเป็นสารตัวเติมพบว่าความทนทานต่อการหักงอของเถ้าแกลบที่กระตุ้นด้วยโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ทนต่อการหักงอดีกว่าเถ้าแกลบที่ไม่กระตุ้นสารเคมี ส่วนค่าความแข็งของเถ้าแกลบที่ไม่กระตุ้นสารเคมีให้ความแข็งที่มากกว่าเถ้าแกลบที่กระตุ้นด้วยโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ในขณะที่ความต้านทานต่อการสึกหรอให้ผลใกล้เคียงกัน |
| บรรณานุกรม | : |
จันทร์เพ็ญ อินทรประเสริฐ . (2554). โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จันทร์เพ็ญ อินทรประเสริฐ . 2554. "โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จันทร์เพ็ญ อินทรประเสริฐ . "โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. จันทร์เพ็ญ อินทรประเสริฐ . โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
