ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต
นักวิจัย : อานวัฒน์ บุตรจันทร์
คำค้น : การสอนเสริม , พอดคาสต์ , การควบคุมตนเอง , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ใจทิพย์ ณ สงขลา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16745
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเอง ก่อนและหลังการเรียนการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์ โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชาการผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการศึกษาของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มที่ไม่ได้เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ กลุ่มที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองและกลุ่มที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ โดยไม่ใช้กลวิธีในการกำกับตนเอง ในรายวิชาการผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต 3. เพื่อสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อความพึงพอใจของนิสิตที่มีต่อการเรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา 2726122 การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โดยคัดเลือกกลุ่ม ตัวอย่างกลุ่มละ 25 คน แบ่งออกเป็น กลุ่มทดลองที่ 1 กลุ่มที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยไม่ใช้กลวิธีในการกำกับตนเอง กลุ่มทดลองที่ 2 กลุ่มที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเอง และกลุ่มควบคุม คือกลุ่มที่ไม่ได้เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เว็บไซต์สำหรับเรียนเสริมด้วยพอดคาสต์ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบวัดการกำกับตนเอง และแบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1. นิสิตที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเอง มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนและคะแนนการกำกับตนเองสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นิสิตที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยไม่ใช้กลวิธีกำกับตนเอง นิสิตที่เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเอง และนิสิตที่ไม่ได้เรียนเสริมด้วยพอดคาสต์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ความพึงพอใจของนิสิตที่มีต่อการเรียนเสริมด้วยพอดคาสต์เรียงตามลำดับ ดังนี้ (1) สื่อที่ใช้มีความน่าสนใจ (2) ความรู้ที่ได้รับเพิ่มเติมและการทบทวนบทเรียน (3) ความยาวของการนำเสนอเหมาะสม

บรรณานุกรม :
อานวัฒน์ บุตรจันทร์ . (2552). ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อานวัฒน์ บุตรจันทร์ . 2552. "ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อานวัฒน์ บุตรจันทร์ . "ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
อานวัฒน์ บุตรจันทร์ . ผลของการสอนเสริมด้วยพอดคาสต์โดยใช้กลวิธีในการกำกับตนเองในรายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการกำกับตนเองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.