| ชื่อเรื่อง | : | การวิจัยแบบผสมเพื่อศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| นักวิจัย | : | อัฐพล อินต๊ะเสนา |
| คำค้น | : | ครู , ครู -- ภาระงาน , วิจัยแบบผสมผสาน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วรรณี แกมเกตุ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16743 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู และ 2) เปรียบเทียบการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระหว่างครูที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะในระดับที่ต่างกัน โดยการเก็บข้อมูลแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างคือ ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1,260 คน ซึ่งประกอบด้วย ครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูชำนาญการ จำนวน 480 คน วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ จำนวน 480 คน และวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ จำนวน 300 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบหลายตัวแปร (MANOVA) และ 2) การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม โดยมีผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และเพื่อนครู วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะ ที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู พบว่า เมื่อครูได้เลื่อนวิทยฐานะครูชำนาญการ วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ และวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ ทำให้ครูมีการพัฒนาตนเอง พัฒนาผู้เรียน และพัฒนาวิชาชีพครู อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.05, 4.11, และ 4.14 ตามลำดับ) 2. ผลการเปรียบเทียบการปฏิบัติงานของครูในด้านการพัฒนาตนเอง การพัฒนาผู้เรียนและการพัฒนาวิชาชีพครู ระหว่างครูที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะในระดับที่ต่างกัน พบว่าครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ (คศ.4) มีการปฏิบัติงานสูงกว่าครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูชำนาญ (คศ.2) ในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูชำนาญพิเศษ (คศ.3) มีการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาตนเองสูงกว่าครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูชำนาญ (คศ.2) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูชำนาญพิเศษ (คศ.3) และครูที่ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ (คศ.4) มีการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกันในทุกด้าน 3. ผลการศึกษาเชิงคุณภาพสรุปได้ว่า เมื่อครูได้เลื่อนวิทยฐานะมีการพัฒนาตนเองในการหาความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ความสามารถของตนเองให้มากยิ่งขึ้น ด้านการพัฒนาผู้เรียน การเลื่อนวิทยฐานะไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่านักเรียนจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ห้องเรียน ตัวนักเรียน เป็นต้น ด้านการพัฒนาวิชาชีพครู การเลื่อนวิทยฐานะของครู ทำให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ และเป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้นเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ และยังส่งผลไปยังภาพลักษณ์ต่อความน่าเชื่อถือของสังคมอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
อัฐพล อินต๊ะเสนา . (2552). การวิจัยแบบผสมเพื่อศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัฐพล อินต๊ะเสนา . 2552. "การวิจัยแบบผสมเพื่อศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัฐพล อินต๊ะเสนา . "การวิจัยแบบผสมเพื่อศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. อัฐพล อินต๊ะเสนา . การวิจัยแบบผสมเพื่อศึกษาผลกระทบของการเลื่อนวิทยฐานะที่มีต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
